Font : Tahoma    

14  กรกฎาคม  2554

สมหวัง  วิทยาปัญญานนท์

ศูนย์เรียนรู้เกษตรสมพงษ์  คงจันทร์  สิงห์บุรี

Agriculture Learning From Sompong

 

                ได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านเกษตรสมพงษ์  คงจันทร์  (โทร  08--------)  อยู่ที่  ต.ไม้ดัด  อ.บางระจัน

 จ.สิงห์บุรี  ใกล้วัดจุกคลี   เดินทางจาก  ลพบุรี  ผ่านท่าวุ้ง  ข้ามถนนสายเอเซีย  เข้าสิงห์บุรี  วิ่งไปทางวัดพระนอนจักรสีห์  แวะนมัสการพระนอน  ซื้อกล้าไม้ต้นสาละ  จากนั้นออกจากวัด  เลียบซ้าย  เลี้ยวขวา  ตรงไปจนถึงป้อมตำรวจ  ขึ้นสะพานข้ามคลองชลประทาน  เลี้ยวขวาไปเลื่อยแล้วข้ามสะพานคลองน้อยที่เป็นโค้งข้ามใหญ่แล้วเลี้ยวขวา  วิ่งไปเรื่อยๆ  เลียบคลองชลประธานก่อนถึงวัดจุกคลีเล็กน้อย  จะเห็นศูนย์เรียนรู้ของเกษตรสมพงษ์

                ที่หน้าบ้านเป็นทางเข้ายาวๆ  ซ้ายมือปลูกต้นสะเดามัน  ใบยอดขมแต่ดอกมันขมน้อยขยายพันธ์ด้วยเมล็ดหากไม่มีพันธุ์อื่นขมๆ  อยู่ใกล้ๆ  ก็ไม่ต้องกลัวกลายพันธ์  ด้านขวามืออดีตเป็นลานปูนคอนกรีต  ได้เอาดินมากลบหน้าประมาณ  1  ฟุต  แล้วยกแปลงปลูกฝักปลูกไม้ต้นสารพัด  หลักๆ  ที่ใช้ในการคลุมดินก็คือกาบมะพร้าว  และฟางข้าวมีปลูกผัก   มะเขือ  ยอ  ลักษณะทั่วๆ  ไปเหมือนเป็นป่าไม้โปร่งๆ  และมีสวนผักอยู่ตรงกลาง

                เดินทางเข้าบ้านต่อไปซ้ายมือเป็นสวนริมทางขวามือเป็นบ้าน  สวนริมทางเป็นไม้ใหญ่มีต้นตะกล่ำต้น  (ตาช้าง)

                มีการใช้เทคนิควางตุ่มน้ำ  ขวดพลาสติกใส่น้ำจุลินทรีย์   ตามโคนต้นไม้  เวลารดน้ำใส่ตุ่ม  น้ำจุลินทรีย์ก็จะเจือจางไหลล้นออกมา

                การปลูกผักชีล้อมใกล้ๆ  ตุ่มจุลินทรีย์แล้วผักจะเลื้อยไปกินน้ำในตุ่มบางครั้งก็ปลูกผักชีล้อมในอ่างน้ำที่มีดินที่ก้น  ผักใบเล็กๆ  ((-------)  กลิ่นหอมๆ  ก็ปลูกในอ่างที่มีน้ำและดินกันอ่างเช่นกัน

                เทคนิคการปลูกผักในกระถางโดยใช้ยางนอกรถยนต์พวกรถเก๋ง  รถปิ๊กอัพมารีดของนอกแล้วเอาส่วนที่กรีตเก็บกลับไปที่ก้นขอบยาง  เอาไม้ก้านกิ่งมาขวางเอากระสอบวางเอาปุ๋ยคอกรองก้นโดยรอบเอาปุ๋ยหมักใบไม้ดินทับจนเกือบเต็มทำดินบนให้ละเอียด  น้ำเมล็ดผักแช่น้ำ  1  คืน  หรือไม่ก็ได้โปรยลงดินในล้อรถยนต์  จากนั้นก็เอาฟางโปรยคลุม  รดน้ำทุกวันการปลูกในกระถางข้างทางรถยนต์ในบ้านใต้ต้นไม้ใหญ่  แต่พอมีลมและแสงแดดบ้างหากต้องการกระถางสวยก็ให้วางล้ออีกล้อหนุนไว้ข้างใต้ก็จะยกสูงขึ้น  เกษตรสมพงษ์เล่าว่าสามารถปลูกต้นคะน้าสูงแค่เอวได้วัดจากโคนถึงปลายดอก  โดยใช้ระบบชีวภาพการทำปุ๋ยใช้วัสดุรอบตัวใบก้ามปูให้  N  ดีที่สุดดีกว่าขี้วัวเพราะกินสารดีๆ  ไปหมดแล้วเพียงแต่มาช่วยหมักให้เท่านั้นเอง

                เทคนิคของเกษตรสมพงษ์ที่เห็นทั่วไปก็คือ  การใช้กาบมะพร้าวที่ได้มาจากตลาดสดเอามาโปรยคลุมดินเป็นส่วนใหญ่เพื่อรักษาดินให้ชุ่มชื่น  และบางแห่งก็อาจมีฟางคลุมด้วยโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการปลูกผัก

                เดินเข้าไปอีกนิดเป็นบ้านของอาจารย์เกษตรสมพงษ์เองมีบันไดขึ้นบ้างเป็นอิฐซีเมนต์ดินประสาน  หันด้านปุ่มขึ้นเพื่อให้พื้นลูกบันไดนวดเท้า   ด้านล่างเป็นศูนย์การเรียนรู้มีโปรสเตอร์อธิบายการทำน้ำหมักชีวภาพ  การทำปุ๋ย  มีถังหมักต่างๆ  มากมาย  มีถังแสดง  น้ำท่อ  (ดอก-ผล)  น้ำแม่  (รากใบ)  แล้วเอาน้ำพ่อกับน้ำแม่มาผสมกันเป็น  สูตรเร่งใบ  (น้ำแม่  มากๆ)  สูตรเร่งดอก  (น้ำแม่  น้อยลงแต่ต้นน้ำพ่อมากหน่อย  และสูตรเร่งผล  (น้ำพ่อมากๆ) 

                การแสดงน้ำหมักอยู่ในตุ่มดินเผาเคลือบแบบโบราณอายุเป็น  10  ปี  เหมือนหมักไวน์น้ำจะดูใสมีสีสวยๆ  กลิ่นจะเบาลงแล้ว

                เกษตรสมพงษ์  บอกว่าเวลาแจกน้ำหมักสูตรใบต้นไปให้คนอื่น  หากใช้ไม่เป็นใช้เข้มข้น  พืชจะฝ่อใบเหลืองบางทีตายไปเลยตอนหลังมาผสมตามสูตรราดลงดินเลยพืชจะงามมาก  ปลูกคะน้าสูงเท่าเอวเลย  หากเราผลิตน้ำหมักเอง  เราจะมือหนักใส่มากๆ  เพราะเรามีมากต้องระวังเรื่องนี้ให้ดี  แทนที่พืชจะงามกลับแคระแกรนทันที

                บ้านอาคารหลัง  ดูลักษณะจะเป็นโรงเรือนที่เป็นอาคารเรียนข้างล่างมีโปสเตอร์การสอนและอุปกรณ์การหมักมากมาย

                การหมักแบบแห้ง  โดยการหมักในกาละมังพลาสติกไม่ต้องปิดฝา  แบบแห้งๆ  หมาดๆ  น้ำแม่ก็เอาใบไม้มาหมักแบบแฉะ  ต้องเอียงกาละมังจึงเห็นน้ำไหลเยิ้ม  น้ำพ่อก็มีผลไม้สุก  3  อย่างมีมะละกอ  กล้วยน้ำวัว  ฟักทอง  ก็หมักแบบแฉะๆ  หมาดๆ  เช่นกัน

                ตุ่มมังกรหมักน้ำแม่หมักใบไม้กับกากน้ำตาลดูแล้วนอนน้อย  น้ำลูกผสมพ่อกับแม่คือ  หมักใบไม้หน่อไม้และผลไม้สุก  มีหนอนปานกลาง  และน้ำพ่อก็จะมีหนอนมากที่สุด  ขนาดตัวหนอนกลมขนาด  5  มม.  ยาว  2.5  ซม.  อยู่ในน้ำว่ายลอยอยู่ในน้ำ  หนอนนี้จะไม่เข้าดักแด้  เวลาตายจะแข็งและย่อยสลายได้กรดโปรตีนบางคนก็เอาหนอนเป็นๆ  โยนใส่น้ำเลี้ยงปลา

                ด้านหลังอาคารเรียนจะมีต้นไผ่ตรง  1  กอ  ใบร่วงหล่นมากมายก็ให้คลุมดินไปรักษาความชื้น  เดินเข้าไปอีกจะพบไผ่หวาน  3-4  กอ  จากนั้นก็จะเป็นแปลงผักล้อมรอบด้วยต้นกล้วยน้ำว้าอยู่รายรอบต้นสูงประมาณ  7  เมตร  สูงมากต้นกล้วยใบกล้วยที่ตัดก็จะโยนคลุมดินไว้ปล่อยให้สลายเอง  แปลงผักก็จะคลุมฟางทั่วๆ  ไปในสวนก็จะโยนกาบมะพร้าวไปทั่วๆ  เวลาเดินนุ่มเท้าดี

                เกษตรสมพงษ์  เล่าว่ากำลังจะทดลองปลูกผักในต้นกล้วย  โดยการเลือกต้นกล้วยที่กำลังออกเครือ  แนวเอียงลงเป็นหลุมแล้วปลูกผักคะน้าหรืออื่นๆ  ลงไปปิดทับด้วยดินเหนียวปลูกหลายๆ  ต้นก็ได้น้ำเลี้ยงจากกล้วยก็จะส่งมาให้ผักเองโดยไม่ต้องรดน้ำ  หากใช้ต้นกล้วยที่ยังไม่ออกเครือกลัวว่าจะกระทบต่อการให้เครือ  เทคนิคนี้น่าจะใช้ปลูกต้นไม้ในที่แล้งน้ำ  โดยปลูกต้นกล้วยพอขึ้นก็ปลูกต้นไม้  เช่นยางพารา  มะม่วงลงบนโคนต้นกล้วยน่าจะช่วยลดการให้น้ำได้  โดยให้ต้นกล้วยเลี้ยงแทน

                ต้นไม้ที่แนะนำให้ปลูกเป็นใบไม้กินได้  เช่น  มะขาม  สะเดา  ตะก่ำต้น  (ตาช้าง)  ปุ๋ย  มะรุม  มะม่วง  มันปู  ชะอม  เอามาปลูกเป็นแถวๆ  ถี่ๆ  ห่างฟุต  ตัดเล็บสามารถเก็บยอดได้

                เทคนิคการเพิ่มกิ่งพุ่มให้ต้นมะเขือ  โดยการทำต้นให้เอียงเกือบขนานกับพื้น  ต้นมะเขือจะแตกกิ่งเพิ่มเพื่อรักษาต้นให้ตรงดิ่ง

                ต้นมะนาวปลูกไว้รดน้ำจุลินทรีย์บ่อยๆ  จะออกดอก  ผลเล็กผลใหญ่สลับกันไปเรื่อยๆ  เก็บได้ตลอด

                บางแห่งปลูกมะนาวไว้ในขอบบ่อสามารถควบคุมน้ำได้  ปล่อยให้แห้งจนใบร่วงแล้วค่อยรดน้ำเต็มที่แช่ท่วมมะนาวจะรีบออกลูกทันที

                ไปดูอีกที่หนึงไม่ไกลจากบ้านเกษตรสมพงษ์  3-4  กม.  ไปดูเกษตรไร้สารพิษ  มีทำนาโยนขนาด  1  ไร่  จากนั้นก็เข้าไปในแปลงผักมีต้นไม้รอบๆ  เช่นกัน  มีการขุดเป็นร่องน้ำเป็นช่วงๆ  ใช้น้ำพ่อน้ำแม่เช่นกันตอนกลางคือมีหิ่งห้อยบินมากมายทราบว่ามีหิ่งห้อยแบบหนอนด้วยลอยอยู่บนผิวน้อย  ส่องแสงได้ด้วยพบการหมักเต้าเจี้ยวในตุ้มมังกรปิดฝาไว้วางบนลานให้รับแสงแดดหมักเป็นปี  การสูบน้ำจากบ่อใช้รถจักรยานถีบเอาไม่มีไฟฟ้าใช้  ใช้เทียบในเวลากลางคืนใช้ชีวิตแบบสมถะ  ดูการใช้กิ่งไม้มาดักตีตะปูเป็นลายตามใจนึก

                สำหรับที่นาปลูกข้าว  1  ไร่  โดยวิธีข้าวโยน  7  วัน  แรกดูแย่แต่หลัง  7  วัน  จะดูดีสม่ำเสมอใส่น้ำตอนแรกพอตั้งตัวได้ก็จะลดน้ำลงจนเกือบแห้งได้  ข้าวโยนหรือข้าวโปรยจะมีเทคนิคการโยนให้แผ่ไปกระจุกเพราะในกะบะก่อนสูง  10  ซม.  แล้วเอาไปโยน

 

 

ภูมิปัญญาอภิวัฒน์
 Budding Wisdom

กลับขึ้นบน