Font : Tahoma

22  พฤษภาคม  2555

สมุนไพรซักล้างสระเช็ดถูทำความสะอาด

Detergent Herbs for Natural Clean

บทนำ

เนื่องจากในการดำเนินชีวิตบนวิถีแห่งเศรษฐกิจพอเพียงนั้น การลดรายจ่ายของครอบครัวเป็นหนึ่งสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะรายจ่ายสำหรับซื้อน้ำยาหรือสารทำความสะอาดที่ทุกครัวเรือนต้องใช้เป็นประจำทุกวันทั้ง สบู่ น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผักหรือทำความสะอาดต่างๆ นั้นเป็นรูรั่วทางการเงินที่สำคัญทางหนึ่ง ซึ่งทำให้แต่ละบ้านต้องจ่ายเงินไปเป็นจำนวนไม่น้อย การทำน้ำยาเอนกประสงค์ด้วยวิธีการที่ง่ายดายเพื่อใช้เองและอุดรูรั่วทางการเงินของครอบครัว ด้วยผลผลิตเหลือกินเหลือใช้และหาได้ง่ายในท้องถิ่น จึงถือเป็นทางเลือกแห่งวิถีการพึ่งตนเองอันชาญฉลาดของ
ครอบครัวยุคใหม่

ปัจจุบันเราต้องใช้สารเคมีต่างๆ เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า น้ำยาสระผม ครีมนวดผม สบู่ เป็นต้น ในการดำเนินชีวิตประจำวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่การที่เราใช้สารเคมีเหล่านี้ก็อาจมีสารตกค้างอยู่กับร่างกายของเราได้ ดังนั้นจึงเริ่มมีผู้ที่คิดประยุกต์นำสมุนไพรเข้ามาเป็นส่วนผสมแทนสารเคมีต่างๆมากขึ้น ซึ่งเราก็สามารถพบได้ตามท้องตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น สบู่จากขมิ้น น้ำยาล้างจานจากมะนาว เป็นต้น การทำน้ำยาซักผ้าจากสมุนไพร เช่น สมุนไพร มะกรูด มะนาว และส้ม จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการขจัดคราบของน้ำยาซักผ้าจากสมุนไพรชนิดต่างๆ เพื่อให้ได้น้ำยาซักผ้าจากสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้แทนน้ำยาซักผ้าที่ทำจากสารเคมีและมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

ค่า pH ของน้ำยาซักผ้าจากสมุนไพร ได้แก่ มะกรูด มะนาวและส้ม มีค่า pH ใกล้เคียงกัน โดยมีค่าเป็นกรดอ่อนๆ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับน้ำยาซักผ้าจากสารเคมี ที่มีค่า pH เป็นกลาง เมื่อนำน้ำยาซักผ้าจากสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดมาทำการทดลองซักผ้าที่มีความสกปรกเท่าๆกัน ก็พบว่ามีประสิทธิภาพในการขจัดคราบสกปรกได้ดีเท่าๆกัน

การผลิตน้ำยาซักผ้ากึ่งเคมีกึ่งสมุนไพร

สูตรการทำน้ำยาซักผ้า สูตร 1

ส่วนผสม
1.หัวแชมพู N70 (Sodium Laurylether Sulfate) 1 กิโลกรัม
2. โซ ฮาร์ แลป 1.5 กิโลกรัม
3. โซเดียมคลอไรด์ 1 ขีด
4. ลอลาไมย์เอส 500 กรัม
5. ME 100 กรัม
6. K30 ละลายน้ำ 10 กรัม
7. CBSX 5 กรัม
8. น้ำกลั่น 8-9 ลิตร
9. สารกันบูด 1 ออนซ์
10. หัวน้ำหอม 1 ออนซ์

วิธีทำ
นำหัวแชมพูN70 โซ ฮาร์ แลป โซเดียมคลอไรด์ ใส่ภาชนะกวนให้เข้ากันจะออกเป็นสีขาว แล้วเติมลอลาไมย์ เอส ME กวนให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำ กวนช้าๆขณะเติมน้ำจนหมด ใส่ยากันบูด น้ำหอม หากใช้กันเครื่องซักผ้าให้เติมน้ำยากำจัดฟอง 1 ออนซ์ด้วย

สูตรการทำน้ำยาซักผ้า สูตร 2

อุปกรณ์และวัตถุดิบ
1. N 70 (สารทำให้เกิดฟอง) 1 ส่วน
2. น้ำมะกรูด มะนาวและส้ม 3 ส่วน
3. น้ำด่าง 5 ส่วน
4. เกลือ 1 ส่วน
5. น้ำสะอาด 3 ส่วน
6. ถังก้นเรียบ
7. ไม้พาย
8. หัวเชื้อน้ำหอม

ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการ
1. เตรียมน้ำด่างโดยใช้ขี้เถ้า 2 ส่วน. ละลายน้ำ 5 ส่วน. คนให้เข้ากันทิ้งไว้ 3-5 วันจะได้น้ำด่างใสๆนำไปใช้ได้
2. เตรียมน้ำเกลือ โดยนำเกลือ 1 ส่วน ละลายน้ำสะอาด 3 ส่วน ก็จะได้น้ำเกลือ
3. น้ำ N 70 1 ส่วน เทใส่ถังกวนให้ N 70 เป็นครีมขาวโดยกวนไปทางเดียวกัน เมื่อเป็นครีมขาวอ่อนๆเทน้ำเกลือลงจำนวน 1 ส่วน จนเป็นเนื้อเดียวกัน และเทน้ำเกลือส่วนที่เหลือจนเป็นเนื้อเดียวกัน
4. เทน้ำด่าง น้ำมะกรูด (น้ำมะนาวและน้ำส้ม) ลงในถัง N 70 ที่เตรียมไว้แล้วกวนต่อไปจนเป็นเนื้อเดียวกัน
5. ใส่หัวเชื้อน้ำหอม ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน
6. ทิ้งไว้ให้ฟองยุบ แล้วนำไปใช้ได้เลย

การผลิตน้ำยาซักล้างสมุนไพรจุลินทรีย์

น้ำหมักชีวภาพ (Enzyme Ionic Plasma) เรียก สารสกัดชีวภาพ น้ำหมักหรือจุลินทรีย์ คือของเหลวสีน้ำตาล
ที่มีทั้งจุลินทรีย์และสารอินทรีย์ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูก เป็นส่วนประกอบหนึ่งของน้ำยาเอนกประสงค์สูตร
ชีวภาพ สามารถทำใช้ได้เองทุกครัวเรือน โดยนำผลไม้หรือพืชผัก และเศษอาหาร มาหมักกับน้ำตาลทรายแดง น้ำตาลอ้อย หรือกากน้ำตาล หมัก 15 วัน - 3 เดือน (ยิ่งนานยิ่งดี) ก็จะได้น้ำหมักที่มีจุลินทรีย์ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น ใช้ซักผ้า ล้างห้องน้ำ ล้างรถ เช็ดกระจก ดับกลิ่น ใช้ใส่แผลฟกช้ำ ใช้เป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้รักษาสภาพดิน ใช้แทนสบู่ก็ได้เพราะมีกรดอ่อนๆ ใช้แทนยาสระผม หรือใช้แทนผงซักผ้าก็ได้ และยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่เกิดมลพิษต่อโลกเพราะสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
1. ถังพลาสติกสีเข้มมีฝาปิดมิดชิด ขนาดความจุ 32 แกลลอน 1 ใบ
2. เครื่องชั่งน้ำหนัก
3. ถ้วยตวงน้ำ 1 ใบ
4. ช้อน ไม้พาย สำหรับคน 1 คัน
5. ผ้าขาวบางสำหรับกรอง 1 ผืน
6. ช้อนตวง 1 ชุด

ส่วนผสม
1. เปลือกสับปะรดหรือผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะกรูด มะนาว มะเฟือง เป็นต้น ปริมาณ 30 กก. (สรรพคุณเป็นกรด ขจัดคราบมัน)
2. หัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพหรือ EM 1.5 กก.(สรรพคุณช่วยย่อยสลายสับปะรด)
3. น้ำตาลทรายแดง 1 กก. (เป็นอาหารของจุลินทรีย์ )
4. น้ำสะอาดไม่มีคลอรีน (น้ำประปาพักไว้ 1คืน ก่อนนำมาใช้)

วิธีทำ
1. ล้างกระป๋องและตะกร้าพลาสติก ทิ้งไว้ให้แห้ง นำตะกร้าใส่ในกระป๋องพลาสติก
2. ชั่งเปลือกสับปะรด 30 กก. จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาดหรือแช่
ในน้ำหมักชีวภาพหรือ EM ผสมน้ำสะอาด ในอัตรา 1:100 เพื่อล้าง สารเคมีที่ติดมากับเปลือก โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ 1/2 ชั่วโมง
3. สับเป็นชิ้นเล็ก โดยวางถุงพลาสติกบนจานรองก่อน แล้วนำไปเทใส่ในตะกร้า
4. น้ำตาลทรายแดงผสมกับน้ำหมักชีวภาพหรือ EM คนน้ำตาลทรายแดงจนละลายหมด
5. นำวัสดุข้อ 3 กับ 4 เทลงในตะกร้าสับปะรด คนให้เข้ากัน เติมน้ำสะอาดที่เตรียมไว้ใส่ให้ท่วมเนื้อวัสดุ ปิดฝาทิ้งไว้ 15 วัน เมื่อหมักไว้ 2-3 วัน คนให้เข้ากันอีกครั้ง

ถังที่หมักควรเก็บในที่มีแสงน้อย ภายในห้องหรือในที่ร่มที่อุณหภูมิปกติ เพราะเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำหมักชีวภาพ
ชอบความมืด และต้องอยู่ในที่ไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัด การหมักจะเกิดฝ้าขาวเหนือผิวน้ำแสดงว่าการหมักได้ผล เมื่อกวนลงไปฝ้าสีขาวจะสลายตัวกลับไปอยู่ในน้ำเหมือนเดิม นำน้ำสกัดชีวภาพที่ได้กรองด้วยผ้าขาวบางโดยไม่ต้องบีบคั้นกาก จากนั้นนำน้ำสกัดชีวภาพใส่ถังปิดไว้ให้แน่น และปล่อยให้ตกตะกอนอีก 2 – 3 วัน (ใส่กากสับปะรดที่หมักแล้วในตะกร้าปล่อยให้น้ำหยดเอง หากคั้นกากน้ำสกัดที่ได้สีจะขุ่นไม่น่าใช้ ส่วนกากที่เหลือสามารถนำไปผสมดินปลูกต้นไม้ได้ )

วิธีใช้
ใช้ล้างจาน พื้นห้องน้ำ พื้นบ้าน โดยไม่ต้องผสมน้ำ ใช้เหมือนน้ำยาตามท้องตลาด การล้างจานจำนวนมากควร
แช่จานในน้ำยาล้างจานผสมน้ำ (สัดส่วนน้ำยาล้างจาน 1ส่วน : น้ำ 5 ส่วน) แช่ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีก่อนล้าง เพื่อให้สะอาดทั่วถึง แล้วล้างน้ำสะอาดจนกว่าแน่ใจว่าสะอาด ควรตากจานให้แห้งก่อนนำไปใช้ เพื่อป้องกันการตกค้างของจุลินทรีย์ในหยดน้ำที่เกาะอยู่บนจาน

น้ำยาเอนกประสงค์สามารถนำไปใช้ล้างจาน ล้างพื้นห้องน้ำ พื้นบ้าน ได้อย่างสะอาด ขจัดคราบมันในครัวได้
เป็นอย่างดี โดยจากสองพลังบวก คือกรดเปรี้ยวจากน้ำผลไม้ซึ่งช่วยทำให้ไขมันแตกตัวและเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งจะย่อยคราบไขมันทำให้ไม่มีกลิ่นตกค้างเหม็นบูด อีกทั้งยังถนอมมือไม่ทำให้มือแห้งแตกหรือลอกเหมือนน้ำยาเคมีตามท้องตลาด ที่สำคัญไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หมายเหตุ
น้ำยาเอนกประสงค์สูตรนี้ระยะแรกๆ สีจะขุ่น ต่อมาจะตกตะกอน กลิ่นจะฉุนคล้ายไวน์มากขึ้นเรื่อยๆ
และสีจะใสน่าใช้ยิ่งขึ้น น้ำยาเอนกประสงค์สามารถใช้เป็นน้ำยาล้างมือได้อย่างปลอดภัยทำให้มือนุ่ม โดยใช้
น้ำสกัดชีวภาพ 1 ลิตร ต่อ น้ำสะอาด 2 ลิตร สับปะรด20 กก. ผสมกับน้ำต้มจากต้นไมยราพ โดยต้มจนเดือด
แล้วปล่อยให้เย็น นำมาผสมให้เข้ากัน เป็นน้ำยาล้างมือที่จะทำให้มือนุ่มวัสดุที่ใช้แทนเปลือกสับปะรด ได้แก่ มะขามเปียก มะกรูด มะเฟือง กากกระเจี๊ยบที่ต้มน้ำแล้ว เปลือกมะนาว เปลือกส้ม เปลือกเสาวรส เปลือกส้มโอ หรือเปลือกผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวๆ เพราะมีสภาพเป็นกรดเหมือนกับสับปะรด ฤดูกาลไหน วัสดุใดมีราคาถูกก็ใช้วัสดุนั้น ตามหลักควรใช้เปลือก หลังจากหมักทำน้ำยาก็เอากากที่หมักแล้วไปทำปุ๋ย ไม่มีการทิ้งเปล่า การทำน้ำยาอเนกประสงค์ จำนวนมากน้อยให้ใช้ตามสัดส่วนดังกล่าวข้างต้น

สรุปเปรียบเทียบ
จากผลการใช้น้ำยาเอนกประสงค์สามารถเห็นความแตกต่าง จากน้ำยาเคมีตามท้องตลาดคือ
- กรณีที่ไม่ได้ตากผ้าในทันทีหลังซัก โดยทิ้งไว้หลายชั่วโมง ผ้าที่ซักด้วยน้ำยาเอนกประสงค์
จะไม่เหม็นบูด เนื่องจากน้ำชีวภาพมีจุลินทรีย์ชนิดที่ดี สามารถควบคุม และกำจัดจุลินทรีย์
ที่ไม่ดี ซึ่งจะทำให้เสื้อผ้าหรือสิ่งของเน่าเหม็นน้ำยาเอนกประสงค์ จึงช่วยป้องกันไม่ให้เกิด
การหมักหมม อันเกิดจากแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ตัวร้าย
- เสื้อผ้าหรือสิ่งของ ที่ซักล้างด้วยน้ำยาทำเองนี้จะเหม็นช้า แม้แต่เสื้อที่ใส่เล่นกีฬาหรือทำงานกลางแดดที่โดน
เหงื่อออกมาทั้งวัน ก็จะมีกลิ่นเหม็นน้อยกว่าเสื้อผ้าหรือสิ่งของที่ซักล้างจากสารเคมี
- เมื่อใช้ล้างจานมือจะไม่ลอกเป็นขุยเหมือนใช้น้ำยาล้างจานตามท้องตลาด เนื่องจากเราไม่ได้ใช้สารขจัดคราบ
หากในบางจุดของภาชนะยังมีความมันอยู่ ให้เทน้ำยาชีวภาพลงไป แล้วล้างเฉพาะที่ ล้างทำความสะอาดอีกครั้ง จะพบว่าขจัดความมันได้ดีมาก

การผลิตน้ำยาซักผ้าสมุนไพรจุลินทรีย์

สมุนไพรซักผ้า สูตรมะกรูด  สูตรมะเฟือง มะกรูด มะยม มะนาว และส้ม ขจัดกลิ่นและคราบสกปรกล้ำลืก หอมสะอาดไร้กลิ่นติดเสื้อผ้า ไม่ใช้สารแต่งสีและกลิ่น ไม่มีวัตถุกันเสีย

ผลผลิตจากการหมักบ่มพืชผักผลไม้และสมุนไพรธรรมชาติ ด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ (Probiotic Micro-organisms) ซึ่งได้รับการพัฒนาแล้ว DevelopmentMicro-organisms:DMO)ทำให้ได้น้ำยาที่มีคุณสมบัติซักล้างทำความสะอาดเสื้อผ้าได้ดีมีประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากกว่าน้ำยาซักผ้าทั่วไป นอกจากนี้ น้ำทิ้งจากการซักผ้ายังมีคุณสมบัติช่วยในการย่อยสลายของเน่าเสีย ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี

คุณสมบัติ
มีส่วนผสมของสมุนไพรสกัดที่หมักบ่มด้วยจุลินทรีย์ DMO ทำให้ซักเสื้อผ้าได้สะอาด ขจัดคราบสิ่งสกปรก กลิ่นอับชื้น กลิ่นเหงื่อไคลได้ดี รักษาสีของเสื้อผ้าให้สดใสทนนาน ล้างออกง่าย ไม่สิ้นเปลืองน้ำล้าง แห้งเร็ว
คราบสกปรกไม่เกาะติดใยผ้า มีประสิทธิภาพในการ ชำระล้างและทำความสะอาดได้ดีกว่าน้ำยาซักผ้าที่ใช้ สารเคมีโดยทั่วไป

มีกลิ่นหอมของสมุนไพรธรรมชาติ
ไม่ระคายเคืองผิวหนัง มีน้ำมันสกัดและกรดผลไม้อ่อนๆ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ
น้ำทิ้งที่ไหลไปตามท่อระบายน้ำหรือ แหล่งพักน้ำเสีย เป็นปุ๋ยธรรมชาติและไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม จุลินทรีย์จะช่วยย่อยสลายของเสียและไม่ทำให้มีกลิ่นเหม็น ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

ส่วนประกอบ
น้ำสกัดมะเฟือง/มะกรูด/มะยม/มะนาว/ส้ม จากการหมักตั้งแต่ 1-3 เดือน หรือยิ่งนานก็ยิ่งดี จะทำให้ได้น้ำเอนไซม์จากผลไม้และกรดผลไม้จากธรรมชาติที่มีคุณภาพมากขึ้น ใช้เป็นน้ำยาเอนกประสงค์ โดยนำไปผสมเป็นน้ำยาอื่นๆ ได้ ทั้ง สบู่ ยาสระผม น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน เจลล้างมือ และน้ำยาขัดห้องน้ำ โดยไม่ก่อให้เกิดความระคายเคือง และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

น้ำมะขาม ช่วยขจัดคราบมันได้ดี (ช่วยขัดผิวให้คนล้างด้วย)
น้ำมะะคำดีควาย ช่วยเพิ่มความเงางาม ทำให้คราบสกปรกไม่เกาะติดใยผ้า
น้ำด่างธรรมชาติจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทยจริงๆ ทำให้ลื่นและเกิดฟอง
เกลือ ช่วยเพิ่มความข้น กำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียได้อีกด้วย
สารเพิ่มฟองที่สลายตัวในน้ำได้ง่ายและไม่สะสมตัวในแหล่งน้ำธรรมชาติ
น้ำสับปะรดและน้ำมะละกอ ขจัดคราบสกปรก ช่วยให้ผ้านุ่ม

จุลินทรีย์หมักสูตรพิเศษ ขจัดกลิ่นเหม็นอับชื้นทั้งหลายให้หมดไป แม้จะแช่ทิ้งไว้ทั้งคืน ก็ไม่มีกลิ่นอับเน่าเหม็น

วิธีใช้
ผสมน้ำในอัตราส่วน 10 ซีซี.ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือนำไปใช้เหมือนน้ำยาซักผ้าทั่วไป


สมุนไพรทำความสะอาด มีความจำเป็นต่อการใช้งานในครัวเรือนของมนุษย์มาตั้งแต่โบราณกาลในสมัยโบราณมีการนำเอาวัสดุจากธรรมชาติ มาใช้ในการทำความสะอาดเครื่องใช้ภายในครัวเรือนและชำระล้างร่างกายอาทิ มะคำดีความ มะขามเปียก มะเฟือง ส้มป่อย ใบหมี่ เป็นต้นและใช้น้ำขี้เถ้าจากการเผาฟาง มาช่วยทำให้เกิดฟองและลื่นซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา ต่อมาเมื่อวิทยาการเจริญขึ้นได้มีการนำเอาเทคโนโลยีตะวันตกมาใช้ โดยเริ่มใช้สบู่ลาย (สบู่กรด)ในกระบวนการซักล้าง และวิวัฒนาการมาใช้สารเคมีในการทำผงซักฟอก น้ำยาล้างจานน้ำยาซักเสื้อผ้า น้ำยาล้างพื้น เป็นต้นซึ่งสารเคมีที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตและการซักล้างเหล่านี้จะมีสารตกค้างที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้น้ำเน่าเสียและส่งผลต่อสุขภาพพลานามัยของผู้บริโภคในระยะยาว สารเคมีที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบของน้ำยาทำความสะอาดโดยทั่วไปได้แก่ สารกันบูด สารแต่งกลิ่น สารเพิ่มฟอง สี และกลิ่นสังเคราะห์ เป็นต้น ซึ่งมีสารพิษในกลุ่มฟอร์มาลีน(Formalin) โลหะหนักในกลุ่มแคดเมียม (Cadmium) ตะกั่ว (Lead) สารหนู (Arsenic) ปรอท (Mercury) กรดคลอรีน (HydrochloricAcid) และกรดมะนาว (Citric Acid) โดยจะสะสมในร่างกายของผู้ใช้ทีละน้อยจนกระทั่งร่างกายไม่สามารถทนต่อการสะสมของสารเคมีได้ ก็จะส่งผลให้ร่างกายมีภาวะผิดปกติ อันเป็นต้นเหตุของความเจ็บป่วยของผู้บริโภค

ด้วยความห่วงใยต่อสุขภาพของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม สยามกรีนโกลด์ ร่วมกับเครือข่ายชุมชนเกษตรอินทรีย์ จึงคิดค้นวิธีการทำน้ำสมุนไพรสำหรับทำความสะอาดแบบต่างๆโดยไม่ใช้สารเคมีที่จะก่อให้เกิดการสะสมในร่างกายของผู้บริโภคโดยนำเอาวัตถุดิบจากสมุนไพรธรรมชาติที่เคยใช้มาตั้งแต่โบราณกาลมาสกัดด้วยจุลินทรีย์ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ (DevelopmentMicro-organisms – DMO) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ (ProbioticMicroorganism) ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ทำให้ได้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ปนเปื้อนสารเคมีมีประสิทธิภาพในการซักล้างและทำความสะอาดสูงกว่าน้ำยาทำความสะอาดที่ใช้สารเคมีโดยทั่วไปเป็นน้ำยาทำความสะอาดที่ไม่มีสารพิษใดใดที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้มีน้ำมันสกัดและกรดผลไม้อ่อนๆ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ น้ำทิ้งจากการซักล้างจะไม่ทำให้น้ำเน่าเสียไม่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น ช่วยย่อยสลายของเสียในน้ำได้เร็วขึ้นและเป็นปุ๋ยธรรมชาติให้ต้นไม้เจริญงอกงามได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูและรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นอีกด้วยสมุนไพรธรรมชาติที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบ ได้แก่ ส้ม มะนาว มะกรูด มะยม มะเฟืองมะขาม มะคำดีควาย สับปะรด และมะละกอ เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์สมุนไพรทำความสะอาด สมุนไพรซักผ้า สมุนไพรล้างจานและสมุนไพรล้างมือ ตราเที่ยงแท้ แต่ละสูตร ผ่านการหมักบ่มจนได้เอนไซม์ของผลไม้ ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันและยังสามารถคงคุณค่าของสมุนไพรไว้อย่างครบถ้วนด้วยจุลินทรีย์ตามธรรมชาติจึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดได้หลากหลายประเภท ด้วยส่วนผสมของน้ำสกัดจากมะขามช่วยในการชำระล้างคราบไขมัน น้ำสกัดจากสับปะรดและมะละกอสุก ช่วยขจัดคราบสกปรกและทำให้ผ้านุ่มทดแทนการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มได้ นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมของน้ำสกัดจากมะคำดีควายที่ช่วยให้ภาชนะมีความแวววาว ไม่มีหยดน้ำเกาะติดผิวภาชนะและเพิ่มจุลินทรีย์ที่ผ่านการหมักบ่มเป็นพิเศษเพื่อการดับกลิ่นเหม็นอับชื้นโดยเฉพาะอีกด้วย ทุกสูตรลดการใช้ฟองเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและล้างออกง่าย โดยไม่เปลืองน้ำ

สูตรมะเฟือง/มะยม มีกลิ่นแบบน้ำผลไม้หมักอ่อนๆ ใช้ซักล้างแล้วจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆและสะอาดไร้สารตกค้าง ซักผ้าขาวสะอาด ปราศจากกลิ่นฉุนของน้ำหอมและกลิ่นอับเหม็นหอมสะอาดเป็นธรรมชาติ

สูตรมะกรูด มีกลิ่นหอมตามสไตล์ของมะกรูด สามารถขจัดคราบสกปรก คราบไขมัน ดับกลิ่นคาวกลิ่นอับชื้นต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

สูตรส้ม/มะนาว มีกลิ่นหอมของน้ำมันจากผิวส้ม/มะนาว ชำระล้างสิ่สกปรกได้ดีเยี่ยมและยังช่วยบำรุงผิวพรรณไปในตัว

การทำแชมพูสมุนไพร

สูตรการทำแชมพูมะกรูด 100% ไร้สารพิษ ไม่มีฟอง

มะกรูด เป็นสมุนไพรพื้นบ้านมีสรรพคุณลดอาการคัน รังแค ผมแห้ง ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม
สามารถใช้สระล้างสารพิษจากการย้อม ยืด และโกรกผมให้หลุดออกไป แชมพูมะกรูด 100% ตามแนวเศรษฐกิจ
พอเพียง มีวิธีการผลิตที่ง่ายและรวดเร็ว สามารถทำใช้ได้เองในครัวเรือน

ส่วนผสม
มะกรูดแก่จัดตามจำนวนที่ต้องการ

วิธีทำ
1. นำมะกรูดไปย่างไฟให้พอเหลือง ผ่าควักเอาเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นขนาดพอเหมาะ
2. เติมน้ำพอท่วม แล้วปั่นให้ละเอียด
3. กรองเอาเฉพาะน้ำโดยใช้ผ้าขาวบาง จากนั้นนำมาตั้งไฟให้พออุ่นเพื่อฆ่าเชื้อ แล้วกรอกใส่ขวดขณะยังอุ่นอยู่

วิธีใช้
1. ชโลมผมให้เปียกด้วยน้ำ แล้วนวดเพื่อเปิดรูขุมขน หรือใช้ผสมน้ำอาบก็ได้
2. เก็บในตู้เย็น ถ้าเก็บที่อุณหภูมิห้องปกติสามารถเก็บไว้ได้ 1 เดือน

หมายเหตุ
ไม่มีฟอง เหมาะสำหรับผู้ที่ห่วงใยในเส้นผมและผิวพรรณเป็น
พิเศษ เพราะไม่มีส่วนผสมของสารเคมี

สูตรการทำแชมพูสมุนไพรไร้สารพิษ มีฟอง

ส่วนผสมแชมพูสมุนไพร
1. หัวเชื้อแชมพู (N 70) 1,000 กรัม
2. น้ำเกลือ 400 กรัม
3. ผงฟอง 100 กรัม
4. น้ำมันมะกอก 100 กรัม
5. ลาโนลีน 100 กรัม
6. กลิ่น (ใช้หัวน้ำหอม) 1 ออนซ์
7. น้ำสมุนไพร 3,750 กรัม
8. น้ำสะอาด 2 ลิตร
สมุนไพรที่ใช้ เช่น น้ำมะกรูด น้ำดอกอัญชัญ ควรต้มให้เดือดก่อน

ส่วนผสมครีมอาบน้ำสมุนไพร
1. หัวเชื้อแชมพู (N 70) 1,000 กรัม
2. น้ำเกลือ 400 กรัม
3. ผงฟอง 100 กรัม
4. น้ำผึ้ง 100 กรัม
5. ลาโนลีน 100 กรัม
6. กลิ่นสบู่ 1 ออนซ์
7. น้ำสมุนไพร 3,750 กรัม
8. น้ำสะอาด 2 ลิตร
สมุนไพรที่ใช้ เช่น น้ำมะขามเปียก น้ำขมิ้น ควรต้มให้เดือดก่อน

ส่วนผสมน้ำยาซักผ้า
1. หัวเชื้อแชมพู (N 70) 1,000 กรัม
2. น้ำเกลือ 400 กรัม
3. ผงฟอง 100 กรัม
4. น้ำด่าง 5 ลิตร
5. ลาโนลีน 100 กรัม
6. กลิ่น(หัวน้ำหอม) 1 ออนซ์
ส่วนผสมน้ำยาล้างจาน
1. หัวเชื้อแชมพู (N 70) 1,000 กรัม
2. น้ำเกลือ 400 กรัม
3. ผงฟอง 100 กรัม
4. น้ำด่าง 5 ลิตร
5. กลิ่นมะนาว 1 ออนซ์

การเตรียมส่วนผสม (ใช้วิธีเดียวกัน)
1. ละลายลาโนลีนและผงฟองในน้ำอุ่น 1/2 ลิตร
2. วิธีทำน้ำด่าง ให้ใช้ขี้เถ้าไม้ที่ขาว สะอาด และใหม่ ใส่ในถังปริมาณครึ่งถัง เติมน้ำจนเต็ม ทิ้งไว้ให้ขี้เถ้าตกตะกอนใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน รินเอาน้ำด่างเฉพาะส่วนที่ใสมากรองให้สะอาด
3. วิธีทำน้ำเกลือ ให้ใช้เกลือที่ขาวสะอาด 1.5 กก. ผสมกับน้ำ 4 ลิตรต้มให้ละลายทิ้งไว้ให้ตกตะกอน รินเอาเฉพาะน้ำส่วนที่ใสมากรองให้สะอาด

วิธีการทำ (ใช้วิธีเดียวกัน)
1. กวนหัวเชื้อแชมพู และน้ำเกลือจนเป็นเนื้อเดียวกัน สังเกตได้จากเนื้อครีมจะมึความเนียนลื่น โดยให้กวนไปทางเดียวกันตลอดห้ามวนกลับเพราะจะเกิดฟอง
2. จากนั้นเติมส่วนผสมในข้อ 3, 4 และ 5 กวนช้าๆ แล้วค่อยๆ เติมน้ำสมุนไพรทีละน้อย กวนช้าๆ โดยกวนไปทางเดียวกันเช่นเดิม
3. เติมส่วนผสมที่เหลือ กวนให้เข้ากันไม่น้อยกว่า 20 นาที แล้วตั้งไว้ให้หมดฟอง จึงบรรจุใส่ภาชนะ

ข้อควรระวัง
1. ถ้ากวนไปคนละทางจะเกิดฟอง และต้องกวนนานๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อน้ำยาตกตะกอน
2. น้ำสมุนไพรที่จะนำมาผสมต้องตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอนเสียก่อน
3. ถ้าน้ำยาเอนกประสงค์เหลวเกินไปให้เติมน้ำเกลือเพิ่ม และถ้าข้นเกินไปให้เติมน้ำสะอาด
4. หลังจากทำเสร็จควรเก็บไว้ 24 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยาและสมุนไพรได้ทำปฏิกริยากันก่อนนำไปใช้

แชมพูสระผม สมุนไพรจากธรรมชาติแท้

แชมพูสระผม สมุนไพรจากธรรมชาติแท้ สูตรสมุนไพรมะกรูด ใช้ได้ทั้งหมักและสระ เหมาะสำหรับผมที่เสียจากเคมี ไม่มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ไม่ใส่หัวแชมพูหรือน้ำหอม

แชมพูสระผม สูตรสมุนไพรมะกรูด ทำให้ผมนิ่มสลวย เป็นเงางาม มีน้ำหนัก ลดอาการคันศีรษะ ช่วยขจัดรังแค บรรเทาอาการผมร่วง ใช้แชมพูสระผม สูตรสมุนไพรมะกรูดเป็นประจำผมจะไม่หงอกเร็ว ทำให้ผมแข็งแรง บำรุงรากผม

วิธีใช้
เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง เทแชมพูสระผม สูตรสมุนไพรมะกรูด ลงบนฝ่ามือ ขยี้ให้ทั่วศีรษะ หมักทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างออก ด้วยน้ำสะอาด

ส่วนประกอบ
มะกรูด ทำให้ผมนิ่มสลวย
ขิงแก่ บรรเทาอาการผมร่วง
ใบหมี่ ช่วยให้ผมขึ้นดกดำ
เสลดพังพอน แก้พิษแพ้ต่างๆ
ใบบัวบก บำรุงรากผม
ประคำดีควาย แก้รังแค
กะเม็ง บำรุงรากผม
เถาตำลึง, ตะไคร้ แก้ผมแตกปลาย
มะรุมทั้งห้า ช่วยรักษาหนังศีรษะและรังแค

สมุนไพรปัญหาเกี่ยวกับผม

ผมสวยด้วยสมุนไพรในครัว สมุนไพรใกล้ตัว ปลูกริมรั้วที่บ้าน นอกจากใช้รับประทาน ยังนำมาใช้ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญสมุนไพรพวกนี้ไม่เสี่ยงต่ออาการแพ้ เพราะธรรมชาติล้วน ๆ ไม่มีสารเคมีมาเจือปนให้รำคาญใจ แต่ก่อนอื่นต้องวิเคราะห์ว่า เรามีปัญหาอะไร?

ผมร่วง เชิญทางนี้
ใครที่ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ สระทีผมหลุดออกมาเป็นกระจุก ปล่อยไว้เสี่ยงหัวล้านแน่ รีบหาน้ำมันมะกอกมาทาผมให้ทั่วแล้วนวดศีรษะทำสักพักค่อยล้างออกด้วยสบู่ หรือแชมพู ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ไม่เกิน 1 เดือนผมจะค่อย ๆ หยุดร่วง

รังแค กวนใจไม่หยุดหย่อน
เมืองไทยคงไม่มีวันมีหิมะตกแน่ ๆ เพราะฉะนั้นใครมีรังแค ไหนจะเสียบุคลิก ไหนจะคันแย่ แนะนำผลมะคำดีควายทุบพอแหลก ต้มในน้ำให้เดือด นำน้ำที่ได้สระผมสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะทำให้หนังศีรษะสะอาด ป้องกันการเกิดรังแค แถมแก้โรคชันตุได้อีกด้วย

ส่วนใครที่มีอาการคัน ให้นำว่านหางจระเข้ปลอกเปลือก เอาแต่ส่วนที่เป็นวุ้นมาบดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ เวลาสระผมให้ขยี้วุ้นว่านหางจระเข้ทาให้ทั่วผมทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที ล้างออกให้สะอาด ช่วยบำรุงหนังศีรษะ ลดอาการคันได้ชะงัด

ยี้ มีเหามารังควาน
สูตรเดิมที่เคยรู้ใบน้อยหน่ายังใช้ได้อยู่ เด็ดมาสัก 8 ใบ โขลกให้ละเอียดผสมน้ำ ทาผมให้ทั่ว เอาผ้าคลุมทิ้งไว้สักครึ่งชม.ค่อยล้างออก สระผมตามอีกครั้ง แต่ระวัง! น้ำน้อยหน่าเข้าตา ขอเตือนว่าแสบมาก
ใครไม่มีใบน้อยหน่าแนะนำให้ใช้”ใบสะเดาแก่ ๆ” แทนได้ วิธีการเหมือนกันเป๊ะ

นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรอีกมากที่เป็นประโยชน์กับเส้นผมและหนังศีรษะ ต่อไปก่อนซื้อแชมพู อ่านส่วนผสมก่อนว่ามีที่เราต้องการหรือยัง ?

ผมมัน : เลือกสารสกัดจากธรรมชาติ พวก แตงกวา กระเพรา เบอร์กามอท และจูนิเปอร์ ช่วยลดความมันเยิ้มของหนังศีรษะ เส้นผมหลีบแบนได้
ผมแห้ง : เลือกสารสกัดจากดอกกล้วยไม้ กระเพรา โสม ขิง ช่วยให้ผมแห้งเสียกลับมามีน้ำหนัก สปริงตัวสวยอีกครั้ง
ผมแตกปลาย : เกิดจากใช้แชมพูที่มีกรดหรือด่างมากเกินไป เลือกสารสกัดจากตะไคร้ น้ำมันมะกอก ลูกมะกรูด ลดอาการแตกปลายได้
ผมธรรมดา : นับว่าเป็นคนโชคดีสุด ๆ แต่ต้องไม่ลืมบำรุงสม่ำเสมอ ไม่งั้นสภาพผมอาจแย่ได้ เลือกที่มีสารสกัดดอกฮอลลี่ฮ็อก กระเพรา อัญชัน มะกรูด ช่วยให้ผมดกดำ เงางามยิ่งขึ้น

สูตรและวิธีการทำแชมพูสระผม สมุนไพร

หากคุณกำลังมีปัญหาเส้นผมบาง รากผมไม่แข็งแรง ผมหลุดร่วงง่าย เป็นรังแค คันศีรษะอยู่บ้างหรือเปล่า? แล้วคุณใช้แชมพูอะไรสระผม? คุณรู้ไหมว่าแชมพูสระผมที่คุณใช้อยู่นั้นเขาใช้อะไรเป็นส่วนผสมบ้าง แล้วที่เขาโฆษณาว่าเป็น"แชมพูสมุนไพร" หรือ "มีส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ" นั้น เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน? แล้วมันเหมาะสมกับคุณหรือเปล่า? ถ้าคุณตอบคำถามนี้ไม่ได้หรือไม่แน่ใจ อยากให้คุณอ่านบทความนี้และลองหาโอกาสมาเรียนรู้วิธีการทำแชมพูสมุนไพร สูตรที่เหมาะสมกับตัวเราเองกันดีกว่า เผื่อคุณจะได้คำตอบที่ดีกว่าเดิม

ก่อนอื่นควรทราบถึงคุณสมบัติของสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการดูแลหรือบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ และเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพของเส้นผมและหนังศีรษะของตัวเราเอง ได้แก่

ผลมะกรูด น้ำจากผลมะกรูดจะมีฤทธิ์เป็นกรด ช่วยสลายไขมันและชะล้างสิ่งสกปรกที่เกาะบนเส้นผมและหนังศีรษะได้ดี (แต่ไม่ควรใช้น้ำมะกรูดชะโลมบนเส้นผมโดยตรงเป็นประจำ เพราะจะทำให้ผมจะเปราะ ขาดง่าย เพราะน้ำมะกรูดเป็นกรดค่อนข้างมาก มีค่า pH ประมาณ 3.5)
ผิวมะกรูด น้ำมันจากเปลือกผลมะกรูดมีกลิ่นหอม และช่วยบำรุงให้เส้นผมเป็นเงางาม
ผลมะเฟือง น้ำจากผลมะเฟืองมีฤทธิ์เป็นกรด (ค่อนข้างมาก pH 2.5-3) ช่วยสลายไขมันและชะล้างสิ่งสกปรกที่เกาะบนเส้นผมและหนังศีรษะได้ดี เมื่อนำมาผสมน้ำให้เจือจางลงใช้สระผมจะช่วยบรรเทาอาการคันศีรษะได้ดี (แต่ก็ไม่ควรใช้น้ำมะเฟืองชะโลมบนเส้นผมโดยตรงเป็นประจำเช่นกัน)
ผลมะคำดีควาย น้ำที่สกัดจากผลมะคำดีควาย จะมีคุณสมบัติช่วยลดรังแค รักษาอาการชันนะตุและหนังศีรษะที่เป็นเชื้อรา แต่การใช้ต้องระวังไม่ให้เข้าตา เพราะจะแสบมาก
ดอกอัญชัน น้ำที่สกัดจากดอกอัญชัน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เมื่อนำมาใช้หมักผม ก่อนสระ 15 นาที หรือใช้ผสมกับแชมพูสระผม เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยทำให้รากผมแข็งแรงขึ้น เส้นผมไม่หลุดร่วงง่าย
ต้นตะไคร้ น้ำที่สกัดจากต้นตะไคร้เมื่อนำมาใช้หมักผมก่อนสระหรือใช้ผสมกับแชมพูสระผม เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยบรรเทาอาการเส้นผมแตกปลาย ลดรังแคและบรรเทาอาการคันศีรษะ
ใบว่านหางจระเข้ เมื่อนำวุ้นใสๆ ที่ได้จากใบว่านหางจระเข้ มาใช้หมักผมก่อนสระหรือใช้ผสมกับแชมพูสระผม เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยให้ผมนุ่มสลวย หวีง่ายและช่วยรักษาแผลบนหนังศรีษะ
ต้นฟ้าทลายโจร น้ำที่สกัดจากต้นฟ้าทลายโจร (ใบ ต้น ฝัก) จะมีสารยับยังการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิด เมื่อนำมาใช้หมักผมก่อนสระหรือใช้ผสมกับแชมพูสระผม เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยลดอาการเส้นผมหลุดร่วงง่าย
นอกจากนี้แล้วในประเทศไทยยังมีสมุนไพรที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมอีกหลายชนิดที่รอให้คุณได้ศึกษา เรียนรู้และเลือกใช้ให้เหมาะสม เอาล่ะเกริ่นนำมามากแล้ว มาลงมือทำแชมพูสมุนไพรสูตรตามใจคุณกันดีกว่า

ส่วนผสมแชมพูสระผม สมุนไพร
แชมพูออย (EMAL 28CT) 500 กรัม
ผงฟอง (ช่วยให้ฟองมาก) 50 กรัม
ผงข้น (ช่วยให้น้ำยาสระผมข้นขึ้น) 125– 150 กรัม
ลาโนลิน (ช่วยให้เส้นผมลื่น) 50 กรัม
น้ำใบหมี่สด (น้ำสมุนไพรตามต้องการ) 1.5 กก. (หรือลิตร)
น้ำจุลินทรีย์ผลไม้เปรี้ยว 500 กรัม
เกลือ 500 กรัม
น้ำหอมกลิ่นตามชอบ ปริมาณเล็กน้อย

วิธีทำแชมพูสระผม สมุนไพร
แบ่งน้ำใบหมี่สดปริมาณเล็กน้อยใส่ภาชนะ ตั้งไฟพอน้ำร้อน นำลาโนลินละลายในน้ำร้อน นำเกลือลงไปผสมและน้ำจุลินทรีย์ผลไม้เปรี้ยว คนให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงพักเอาไว้
นำน้ำใบหมี่สดที่เหลือ ใส่ในภาชนะใบใหญ่ (ควรใช้ภาชนะพลาสติกหรือสแตนเลส)
ค่อยๆ ใส่ผงฟองลงในน้ำทีละน้อย พร้อมกับคนให้ผงฟองละลายจนหมด ใส่แชมพูออย คนให้ส่วนผสมเข้ากัน
ค่อยๆ ใส่ผงข้นทีละน้อยคนให้ละลายเข้ากัน (ไม่ต้องถึง 150 กรัมก็ได้ ดูว่าน้ำยาข้นก็ใช้ได้ อย่าใช้เกิน น้ำยาจะเหลว) แล้วจึงใส่ลาโนลีนที่ละลายเตรียมไว้ในข้อ 1 คนให้ส่วนผสมเข้ากัน
ใส่กลิ่นตามที่ต้องการ แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ฟองยุบตัวจึงกรอกใส่ในภาชนะ พร้อมใช้หรือจำหน่าย

วิธีทำน้ำจุลินทรีย์ผลไม้เปรี้ยว
ใช้น้ำหมักผลไม้เปรี้ยวตามต้องการ เช่น มะกรูด มะนาว หรือมะเฟือง น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัม ผสมคลุกกับน้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม หมักทิ้งไว้ 3 เดือน แล้วจึงนำมากรองเอาเฉพาะน้ำจุลินทรีย์มาใช้

ข้อควรทราบ

1. สมุนไพรที่นำมาใส่ในแชมพูสระผม มีหลายชนิด ควรศึกษาถึงคุณสมบัติของสมุนไพรแต่ละชนิดและเลือกใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง ตัวอย่างเช่น
น้ำที่สกัดจากดอกอัญชัน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้รากผมแข็งแรง เมื่อใช้ได้สักระยะหนึ่งจะสังเกตเห็นว่ามีผมร่วงน้อยลงและมีผมใหม่ขึ้นมากกว่าเดิม เตรียมน้ำดอกอัญชันโดยนำหม้อใส่น้ำปริมาณไม่ต้องมากนัก ต้มน้ำให้เดือด แล้วนำกลีบดอกอัญชันใส่ลงในน้ำเดือด (ควรเลือกใช้ชนิดดอกสีน้ำเงิน) ใช้ทัพพีคนคลุกเคล้าไปมาจนเห็นดอกอัญชันสีซีดลงและน้ำต้มดอกอัญชันเป็นสีน้ำเงินเข้ม จึงกรองเฉพาะน้ำมาใช้ เมื่อผสมแล้วจะได้แชมพูสีม่วงสดใส แต่สีม่วง ในผลิตภัณฑ์นี้จะค่อยๆ สลายตัวไปทีละน้อยเนื่องจากเป็นสารธรรมชาติ สลายตัวได้ง่าย แต่สามารถยืดอายุด้วยการเก็บในตู้เย็น
น้ำที่สกัดจากผลมะคำดีควาย มีคุณสมบัติลดรังแค รักษาอาการชันนะตุและเชื้อราบนหนังศีรษะ เตรียมโดยใช้ผลมะคำดีควายแห้ง (หาซื้อได้ตามร้ายขายสมุนไพรหรือยาไทยแผนโบราณ) แช่น้ำให้นุ่ม ต้มให้เดือดและกรองเอาเฉพาะน้ำมาใช้
ว่านหางจระเข้ วุ้นใสๆ ที่ใบมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผมให้นุ่มชุ่มชื้น เตรียมได้โดยปอกเปลือกใบว่านหางจระเข้ออกให้หมด แล้วล้างยางสีเหลืองให้หมด (ถ้าล้างยางไม่หมด ยางจะกัดผิวหนัง) นำวุ้นมาใส่โถปั่นให้ละเอียด
2. น้ำหมักชีวภาพที่นำมาทำแชมพูสระผม มีหลายชนิด เช่น มะกรูด มะนาว มะเฟือง ส้มป่อย เป็นต้น
3. หากต้องการให้แชมพูเก็บได้นาน ๆ ให้ใส่สารกันบูด 12 กรัม เพิ่มลงไปในส่วนผสมดังกล่าว

เรียบเรียงสูตรและวิธีการทำ
"แชมพูสระผม สมุนไพร"
โดยกองบรรณาธิการ
http://www.yesspathailand.com/

น้ำยาล้างจาน สูตรสมุนไพร

น้ำยาล้างจาน สูตรสมุนไพร ชวนมาทำน้ำยาล้างจานไว้ใช้เองกันค่ะ
น้ำยาล้างจานสูตรนี้ได้มาจากพี่ที่เคารพรักท่านหนึ่ง ทำใช้เองมา 2-3 ปีแล้วค่ะและคงไม่ซื้อใช้ไปตลอด
สูตรนี้จะเรียกว่าน้ำยาล้างจานสมุนไพรก็คงจะได้ เพราะส่วนผสมหลักๆเป็นสมุนไพรไทยที่เราหาได้จากครัวเรือนหรือตลาดทั่วไป ถึงแม้ว่าเราจะยังตัดขาดสารเคมีไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ถือว่าลดลงได้ในระดับหนึ่งค่ะ

น้ำยาล้างจานทั่วไปที่เราซื้อใช้ก็จะประกอบด้วยสารซักล้าง สารเพิ่มฟอง สารกันบูด สีและกลิ่น ซึ่งเป็นสารเคมีล้วนๆ
จะเห็นได้ว่าบางคนใช้แล้วมืออันสวยงามของสาวๆเราแห้งแตกระแหง บางคนก็ลอกเป็นขุยๆ เพราะแพ้สารเคมีเหล่านั้น นอกจากนี้ยังทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วยค่ะ

สูตรที่เราจะทำนี่ใช้เพียงหัวแชมพูเพื่อให้เกิดฟองเท่านั้นค่ะ  เพราะเราคงยังทำใจไม่ได้ที่จะล้างจานโดยไม่มีฟองเลย
และหัวแชมพูนี้ก็ยังมีส่วนช่วยในการลดคราบมันพอสมควร

มาดูส่วนผสม น้ำยาล้างจาน กันค่ะ

มะกรูด              10 ลูกใหญ่
ใบชาจีน            25 กรัม
มะขามเปียก         1 ปั้น
Emal 28 CTN      1 กก. (หัวแชมพูใส)
เกลือประมาณ     90 กรัม
น้ำ                  2.5 กก.

มะกรูดล้างให้สะอาดหั่นเป็นแว่นๆ
มะขามเปียก ฉีกออกจากปั้น (ไม่มีรูปนะคะ ลืมถ่ายไว้)
ทั้งสองอย่างนี้ช่วยขจัดคราบได้ดี

ใบชาจีน ไม่ต้องซื้ออย่างดีหรอกค่ะ ซื้อตราสามม้าที่เป็นห่อๆแบบถูกๆก็พอเพราะเราใช้แค่คุณสมบัติของชาเท่านั้น คือช่วยดับกลิ่นคาวและคราบไขมันต่างๆได้
หัวแชมพูใส หาซื้อได้ตามร้านที่ขายเคมีภัณฑ์ค่ะ ตัวที่ใช้นี้มีชื่อว่า
Emal 28 CTN ซื้อจากร้านฮงฮวด ถนนจักรวรรดิ ราคากก.ละ 35 บาท
เกลือป่น ใช้เกลือป่นแบบชาวบ้านๆถุงละ 1 บาทก็พอค่ะ
ซื้อยกโหล โหลละ 10 บาท หาได้ตามร้านขายของชำ

วิธีทำน้ำยาล้างจาน
ชั่ง น้ำใส่หม้อแสตนเลส 2.5 กก. ใส่มะกรูด, มะขามเปียก และใบชาลงไป ตั้งไฟให้เดือดแล้วต้มต่อสักพัก ใช้ทัพพีคนๆให้ส่วนผสมถูกต้มให้ทั่วๆ แต่อย่าบี้ส่วนผสมต้มได้ที่แล้ว นำไปกรองรองด้วยผ้าขาวบางสักสองชั้น โดยไม่ต้องคั้นใดๆทั้งสิ้น แค่ปล่อยให้น้ำไหลแล้วแห้งเอง กรองเสร็จแล้วจะได้น้ำสีน้ำตาลขุ่นๆหอมๆ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น

เมื่อส่วนผสมเย็นแล้ว นำหัวแชมพูใสมาเทใส่คนให้เข้ากันดี  ส่วนผสมเข้ากันดีแล้วจะได้น้ำสีน้ำตาลใสๆและหอมๆอีกแบบหนึ่ง จากที่ตอนแรกยังไม่ใส่หัวแชมพูน้ำจะขุ่นๆ

ค่อยๆ ใส่เกลือลงไปทีละ 1 ชต.และคนให้ละลายจึงใส่อีกช้อน ตักขึ้นแล้วเทดูว่าข้นพอตามต้องการหรือยัง เมื่อข้นพอแล้วก็หยุดใส่เกลือ จำนวนเกลืออาจน้อยกว่าหรือมากกว่านิดหน่อยจากที่ให้ไว้ ขึ้นอยู่กับความต้องการว่าอยากให้ข้นหนืดแค่ไหน
เวลาทำไม่เคยชั่งเกลือเลย จะค่อยๆใส่ลงไปแล้วคนๆ
ดูความข้นหนืดตามต้องการ
(แต่ห้ามใส่เกลือมากเกินไปหรือเทพรวดลงไปหมด ถ้าเกลือมากเกินไปจะทำให้ส่วนผสมคืนตัว แล้วส่วนผสมจะไม่ข้นอีกเลย)
ข้นพอแล้ว ตักเก็บใส่ขวดที่แห้งๆไว้ใช้ได้ เขาบอกว่าอยู่ได้ 6 เดือน แต่ที่ทำมาเกิน 6 เดือนก็ไม่เห็นเป็นไร ยังหอมและใช้ได้ดี
น้ำยาล้างจานที่เราทำได้สีอาจไม่สวยเหมือนที่ซื้อ เพราะเป็นสีธรรมชาติ
กลิ่นหอมก็กลิ่นหอมจากสมุนไพร
แต่เราก็ลดสารเคมีที่อาจตกค้างแล้วเข้าสู่ร่างกายเราได้ส่วนหนึ่ง

สำหรับท่านที่หาซื้อหัวแชมพู เดี๋ยวนี้ฮงฮวดเขามีเปิดหลายสาขา
เข้าไปชมรายละเอียดสาขาได้ที่
http://www.honghuat.com/contact.php

ภาคผนวก

ผลิตภัณฑ์ซักล้าง

ผลิตภัณฑ์ซักล้างโดยทั่วไปมีองค์ประกอบสำคัญเหมือน ๆ กันคือ ต้องมีสารลดแรงตึงผิว (surfactant) ซึ่งทำหน้าที่จับตัวกับสิ่งสกปรก ลักษณะของโมเลกุลของสารประเภทนี้ ปลายหนึ่งจะจับกับโมเลกุลของน้ำได้ดี อีกปลายหนึ่งจะจับกับโมเลกุลของคราบไขมัน ทำให้คราบไขมันหลุดออก สารลดแรงตึงผิวที่ใช้กันอยู่หลายตัว

ผลิตภัณฑ์ล้างจานหรือที่เราเรียกกันคุ้นปากว่าน้ำยาล้างจานมีส่วนประกอบหลักอยู่ 2-3 ชนิด นอกจากน้ำแล้วยังมีสารเคมีประเภทสารลดแรงตึงผิว (surfactant) ที่ทำหน้าที่ออกฤทธิ์ทำให้ผสมกลมกลืนกับน้ำ ทำให้เกิดฟอง ทำให้เกิดความหนืด และทำให้สามารถจับตัวกับสิ่งสกปรกแล้วแยกออกจากส่วนที่เป็นน้ำ สารลดแรงตึงผิวที่ใช้กันมากมี 2 ชนิดคือ linear alkyl benzene sulfonate (LAS) และ sodium lauryl ether sulfate (SLES) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสารชำระล้างที่มีประจุลบ (anionic surfactant) ผลิตภัณฑ์ล้างจานบางยี่ห้อใช้ sodium dodecyl benzene sulfonate แทน LAS ด้วย นอกจากนี้ยังมีการนำสารชำระล้างชนิดอื่นซึ่งมีประสิทธิภาพสูงแต่มักมีราคาแพงกว่ามาใช้ร่วมกับสารเคมีหลักเหล่านี้ในปริมาณเล็กน้อย เช่น cocamidopropyl betaine, alkyl glucoside และ alkyl polyglucoside

linear alkyl benzene sulfonate (LAS) เป็นสารลดแรงตึงผิวที่นิยมใช้ในผงซักฟอกด้วย เนื่องจากมีการใช้สารชนิดนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว และมีการทดลองแล้วว่ามีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดสูง และราคาไม่แพงมาก ปัจจุบัน LAS เป็นที่นิยมใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในผงซักฟอกทั่วโลก เมื่อหลายปีก่อน linear alkyl benzene sulfonate ยังไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก สารเคมีที่ใช้มากคือ alkyl benzene sulfonate (ABS) แต่มันเป็นสารที่ไม่ย่อยสลายในสภาพแวดล้อม จึงไม่นิยมใช้ในปัจจุบัน

sodium lauryl ether sulfate (SLES) หรือ sodium laureth sulfate มีค่า LD50 (หนู) 1,600 มิลลิกรัม/กิโลกรัม มีพิษปานกลาง เป็นสารทำให้เกิดฟอง มักใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และแชมพู อาจทำให้เกิดการระคายเคืองตาและผิวหนัง หากเกิดอาการหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ควรหยุดใช้ทันที ในกระบวนการผลิต SLES อาจปนเปื้อนด้วย 1,4-dioxane ซึ่งอาจเป็นสารก่อมะเร็ง ในต่างประเทศมีการห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารและยา แต่อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าสารชนิดนี้เป็นก่อมะเร็ง

sodium dodecyl benzene sulfonate มีค่า LD50 (หนู) 1,260 มิลลิกรัม/กิโลกรัม มีพิษปานกลาง เป็นของแข็งคล้ายทรายมีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนๆ เป็นอันตรายถ้ากินหรือหายใจเข้าไปในปริมาณมาก ระคายเคืองต่อจมูก คอ และปอด ทำให้ไอ หายใจมีเสียงดัง และหายใจถี่ ก่อให้เกิดการระคายเคืองเล็กน้อยต่อผิวหนัง

cocamidopropyl betaine เป็นสารลดแรงตึงผิวที่จับกับทั้ง anion และ cation ในเวลาเดียวกัน สาร cocamidopropyl betaine เป็นสารลดแรงตึงผิวแบบอ่อนที่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและเนื้อเยื่อในจมูก จึงเชื่อกันว่าจะช่วยลดการระคายเคืองที่เกิดจากการใช้ anionic surfactant เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้มันยังมีสมบัติฆ่าเชื้อโรคและเข้าได้กับสารลดแรงตึงผิวชนิดอื่นๆ cocamidopropyl betaine ในผลิตภัณฑ์ล้างจานที่ความเข้มข้นต่ำกว่า 1 % จะไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง อย่างไรก็ตามสำหรับที่ความเข้มข้นสูงขึ้นไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ ควรหลีกเลี่ยงการเทผลิตภัณฑ์ใส่มือโดยตรง โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ล้างจานที่ใช้กันอยู่มีปริมาณของ cocamidopropyl betaine เพียง 0.1 - 0.5 % เท่านั้น

alkyl glucoside และ alkyl polyglucoside เป็นสารลดแรงตึงผิวชนิดปราศจากประจุ (nonionic surfactant) ส่วนที่ใช้จับกับน้ำ (hydrophilic group) จะเป็นน้ำตาลซึ่งมีสมบัติในการละลายน้ำได้ง่าย สำหรับ ส่วนที่เป็น hydrophilic group คือน้ำตาล พบสารลดแรงตึงผิวนี้ใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับทารกเช่น ผลิตภัณฑ์ล้างขวดนม หรือจาน ชามสำหรับเด็ก เพราะมีความอ่อนโยนต่อผิวหนังถึงแม้จะใช้ในปริมาณมากหรือใช้เป็นประจำ

หลักการทำน้ำหมักชีวภาพจุลินทรีย์สมุนไพร

น้ำหมักชีวภาพ
น้ำหมักชีวภาพ บางคนเรียกว่า น้ำเอนไซม์ หรือ น้ำหมักจุลินทรีย์ จะเรียกชื่ออะไรก็ตามถ้าชาวบ้าน ชาวนา ชาวไร่ เอามาใช้แล้วเกิดประโยชน์สูงประหยัดสุด การทำน้ำหมักชีวภาพนั้นมีวัสดุอุปกรณ์ สูตรและวิธีการทำ ดังนี้

วัสดุอุปกรณ์
1. ถังพลาสติก สำหรับ บรรจุน้ำหมัก
2. น้ำสะอาด
3. น้ำตาล เช่น กากน้ำตาล น้ำตาลทรายแดง น้ำอ้อย น้ำผึ้ง
4. วัสดุที่จะใช้หมัก

สูตรการทำน้ำหมักชีวภาพ

สูตรการทำน้ำหมักชีวภาพที่นิยมทำกันในขณะนี้คือสูตรของ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ ที่เรียกกันจนติดปากว่า สูตร 1 ต่อ 3 ต่อ 10 หมายความว่า น้ำตาล เช่น กากน้ำตาล น้ำตาลทรายแดง น้ำอ้อย น้ำผึ้ง 1 ส่วนโดยน้ำหนัก วัสดุที่จะใช้หมัก 3 ส่วนโดยน้ำหนัก และน้ำสะอาด 10 ส่วน

วิธีการขั้นตอนทำน้ำหมักชีวภาพ สูตร 1 ต่อ 3 ค่อ 10
1. เตรียมถังพลาสติกที่เป็นภาชนะที่จะใช้หมัก ควรเป็นถังที่มีฝาปิดและทึบแสง
2. เติมน้ำสะอาดลงในถัง 10 ลิตร
3. เติมกากน้ำตาล หรือ น้ำตาลทรายแดง หรือ น้ำอ้อย หรือ น้ำผึ้ง อย่างใดอย่างไดอย่างหนึ่งหรือรวมกันก็ได้ จำนวน 1 กิโลกรัม ทั้งนี้จะใช้ กากน้ำตาล น้ำตาลทรายแดง น้ำอ้อย น้ำผึ้ง นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนำน้ำหมักชีวภาพไปใช้ เช่น ถ้าจะทำเพื่อใช้เป็นปุ๋ยหรือฮอร์โมนทางการเกษตรก็สามารถใช้กากน้ำตาลก็ได้ แต่ถ้าหากต้องการเอาน้ำหมักมาใช้เกี่ยวกับร่างกายคน หรือ ใช้บริโภคเป็นยาสมุนไพร ต้องใช้ น้ำตาลทรายแดง น้ำอ้อย น้ำผึ้ง
4. เติมวัสดุที่จะใช้หมักลงไปในถัง จำนวน 3 กิโลกรัม โดย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การที่จะนำน้ำหมักไปใช้ เช่น
4.1 ทำเป็นปุ๋ยหรือฮอร์โมน ก็ใช้ เศษอาหาร พืช ผัก ผลไม้ รวมกันก็ได้
4.2 หากต้องการเอาน้ำหมักมาใช้เกี่ยวกับร่างกายคน หรือ ใช้บริโภคเป็นยาสมุนไพร ต้องใช้สมุนไพรให้เหมาะสม ดังนี้
4.2.1 ต้องการนำน้ำหมักชีวภาพมาทำน้ำยาเอนกประสงค์(ซัก ล้าง เช็ด ถู)ให้ใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะขามเปียก มะนาว มะกรูด สับปะรด หนามแท่ง ประคำดีควายฯลฯ มาใส่ลงในถัง 3 กิโลกรัม
4.2.2 ต้องการนำน้ำหมักชีวภาพมาทำน้ำยาสระผม ให้เอาสมุนไพรอย่าง
ใดอย่างหนึ่งมาใส่ลงในถัง 3 กิโลกรัม เช่น แก้ไขปัญหาผมร่วง ให้ใช้ ผลกระเบา ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด บำรุงเส้นผมให้ดกดำ ให้ใช้ เหง้าขิง ใบหมี่ ดอกอันชัน บอระเพ็ด ทำให้ผมนิ่มสลวย ให้ใช้ ใบหมี่ มะยามเปียก ผักบุ้ง ว่านหางจระเข้ แก้ไขปัญหาผมแตกปลาย ให้ใช้ ตระไคร้ น้ำมันมะพร้าว แก้ไขปัญหารังแค ให้ใช้ บอระเพ็ด มะเฟือง มะกรูด ขี้หนอน ส้มป่อย
4.2.3 ต้องการนำน้ำหมักชีวภาพมาทำสบู่เหลวให้ใช้มะขามเปียกหรือขมิ้น
5. ปิดฝาถังหมักแล้วเก็บไว้ในที่ร่มไม่ควรให้ถูกแสงแดด เป็นเวลา 3 เดือน

ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพ

1. ประโยชน์ต่อคน ได้แก่ สระผม ล้างจาน ซักผ้า บำรุงผิว บำรุงสุขภาพ และรักษาโรค
2. ประโยชน์ต่อสัตว์ ได้แก่ ช่วยเร่งการเจริญเติบโต ลดความเครียด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคระบาด กำจัดกลิ่นเหม็น ในคอกสัตว์ ลดจำนวนแมลงวัน บำบัดน้ำเสียในบ่อกุ้ง – บ่อปลา หรือตู้เลี้ยงปลาสวยงาม
3. ประโยชน์ต่อพืช ได้แก่ ช่วยเร่งการเจริญเติบโต เพิ่มผลผลิต ทำให้มีรสชาดดี ไม่เน่าเสียง่าย ป้องกัน การระบาทของโรคแมลง
4. ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การช่วยเพิ่มปริมาณโอโซน บำบัดน้ำเสีย ลดปริมาณสารพิษใน ดิน น้ำ และกำจัดกลิ่นในห้องน้ำ

ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพ
น้ำ หมักชีวภาพประกอบด้วยสารอินทรีย์ต่างๆ หลายชนิด เช่น เอนไซม์ฮอร์โมน และธาตุอาหารต่างๆ เอนไซม์บางชนิดจะทำหน้าที่ย่อยสลายอินทรียวัตถุให้เป็นอาหารของจุลินทรีย์ และเป็นอาหารของต้นพืช ฮอร์โมนหลายชนิดที่จุลินทรีย์สร้างขึ้นก็เป็นประโยชน์ต่อพืช เจริญเติบโตดี ถ้าให้ในปริมาณเล็กน้อย แต่จะมีโทษถ้าให้ในปริมาณที่เข้มข้นเกินไป ฉะนั้นในการให้น้ำหมักชีวภาพในพืชจำเป็นจะต้องให้ในอัตราเจือจาง สารอินทรีย์บางชนิดในน้ำหมักชีวภาพเป็นสารเพิ่มความต้านทานให้แก่พืชที่ทำ ให้มีความต้านทานต่อโรคและแมลง และทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ทั้งนี้ควรมีการใช้ปุ๋ยหมักปรับปรุงบำรุงดินปลูกด้วย และที่สำคัญการเลือกใช้ส่วนผสมเพื่อให้ได้สารอาหารและฮอร์โมนที่เหมาะกับพืช ที่ปลูก

อัตราและวิธีการใช้น้ำหมักชีวภาพ
-แช่เมล็ดพันธุ์พืช ใช้เจือจางอัตรา 1 ต่อ 1,000
-แช่ท่อนพันธุ์/มันสำปะหลัง ใช้เจือจางอัตรา 1 ต่อ 500
-ไถกลบตอซังข้าว ใช้น้ำหมัก 5 ลิตรต่อไร่ โดยเจือจางอัตรา 1 ต่อ 20
-ฉีดพ่นข้าวทุก 30, 50, 60 วัน ใช้เจือจางอัตรา 1 ต่อ 500
-ฉีดพ่นพืชไร่ และไม้ผล ใช้เจือจางอัตรา 1 ต่อ 500
-ฉีดพ่นพืชผัก และไม้ดอก ใช้เจือจางอัตรา 1 ต่อ 1,000


การทำน้ำหมักชีวภาพจากเปลือกสับปะรด
น้ำหมักชีวภาพจากเปลือกสับปะรด
ส่วนผสม 1. เปลือกสับปะรด 5 กิโลกรัม
2. น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
3. น้ำสะอาด 10 ลิตร
วิธีทำ นำเปลือกสับปะรดหั่นหรือสับเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่
น้ำตาลทรายแดงคลุกเคล้าให้ทั่ว เติมน้ำลงไปให้ท่วม ใส่ถัง
ปิดฝาให้สนิท ตั้งไว้ในที่ร่มอย่าให้ถูกแดด นาน 7 - 10 วัน
จึงนำมาใช้ได้
(กรณีใช้น้ำประปาต้องรองทิ้งไว้สัก 2 วัน เพื่อให้คลอรีน
ระเหยเสียก่อน)

ขั้นตอนการทำ
1. นำเปลือกผลไม้มาหันเป็นชิ้นเล็กๆ
2.ผสมน้ำตาลทรายแดงและหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้าด้วยกัน
3.นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ถังแล้วปิดฝาให้สนิท วางไว้ในที่ร่ม

ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพจากเปลือกสับปะรด
1. น้ำหมักชีวภาพผสมกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 : 50 เทลงในท่อระบายน้ำ ช่วยดับกลิ่นเหม็นได้
2. น้ำหมักชีวภาพผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 : 50 ใช้ล้างภาชนะที่มีคราบไขมัน ช่วยให้ ล้างง่ายขึ้น และลดปริมาณการใช้น้ำยาทำความสะอาด
3. น้ำหมักชีวภาพใช้เทลงในโถส้วม ท่อระบายน้ำ ผสมน้ำในอัตราส่วน 1 : 50 ใช้ล้างทำความสะอาดพื้นห้องสุขา ลดกลิ่นเหม็นและฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายได้
4. น้ำหมักชีวภาพใช้เทลงในท่อระบายน้ำทิ้งจากโรงอาหารช่วยขจัดคราบไขมันอุดตัน ตามท่อน้ำทิ้ง ช่วยย่อยสลายเศษอาหารที่ตกค้าง ลดการบูดเน่าและกลิ่นเหม็นได้ ปรับสภาพน้ำทิ้งให้ดีขึ้น ก่อนปล่อยลงท่อน้ำทิ้งของเทศบาล
5. น้ำหมักชีวภาพผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 : 50 ให้ฉีดพ่นบริเวณที่มีกลิ่นอับชื้น ช่วยลดกลิ่นเหม็นอับ และทำให้อากาศสดชื่นหรือใช้ถูพื้นอาคารที่เป็นกระเบื้อง หินขัด ทำให้พื้นสะอาดเป็นเงางาม
6. น้ำหมักชีวภาพเทลงในถังเกรอะ หรือโถส้วม ช่วยลดปัญหาส้วมเต็มกลิ่นเหม็นอืดได้
7. กากที่เหลือจากการหมักนำไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพได้ โดยนำไปผสมกับเศษกิ่งไม้ ใบไม้
เศษหญ้า ปุ๋ยคอก แล้วราดด้วยน้ำหมักชีวภาพ คลุกเคล้าให้เข้ากัน คลุมด้วยผ้าพลาสติกทิ้งไว้
ประมาณ 3-4 สัปดาห์ ก็จะย่อยสลายเปื่อยยุ่ย นำไปใช้ได้

แชมพู หรือ ยาสระผม

แชมพู หรือ ยาสระผม หมายถึง สิ่งปรุงแต่งของสารลดแรงตึงผิว (surfactant) ใช้ขจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นผมและหนังศีรษะ ซึ่งอยู่ในรูปของเหลว ครีม เจล ผงหรือเม็ด ก้อน หรือฟอง

สามารถแบ่งตามการใช้งานได้ 5 ประเภท คือ

1.แชมพูสำหรับผแชมพูจัดเป็นเครื่องสำอางประเภทหนึ่ง ดังนั้นจะต้องมีคุณลักษณะทั่วไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เครื่องสำอาง: ข้อกำหนดทั่วไป (มอก. 152-2539) และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแชมพู (มอก. 162-2541) ดังนี้

1.ต้องไม่มีสารหรือวัตถุห้ามใช้ตามข้อ ก. 1 (มอก. 152-2539)
2.สารที่กำหนดปริมาณการใช้ ต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดในภาคผนวก ข. (มอก. 152-2539)
3.สีที่ใช้ในเครื่องสำอาง ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดในภาคผนวก ค. (มอก. 152-2539)
4.การระคายเคืองต่อผิวหนัง ต้องไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง ดัชนีการระคายเคืองต่อผิวหนังต้องไม่เกิน 1 โดยเมื่อทดสอบตามภาคผนวก ง. (มอก. 152-2539)
5.ความคงสภาพ คืออยู่ในสภาพที่ดี ไม่แปรสภาพหรือเสื่อมคุณภาพในระยะเวลาตามที่กำหนด (มอก. 152-2539)
6.ต้องไม่มีสิ่งแปลกปลอมอื่นใดที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรงจากกรรมวิธีผลิตตามปกติวิสัยและสิ่งแปลกปลอมอื่นใดที่ไม่ควรมีอยู่ในสารต่างๆของส่วนประกอบแชมพู
7.คุณลักษณะทางจุลชีววิทยา ต้องอยู่ในเกณฑ์กำหนด (มอก. 152-2539)
8.ต้องผ่านคุณลักษณะการใช้งาน 2 ประการ
1.ความสามารถในการขจัดสิ่งสกปรก ฝุ่นละอองบนเส้นผมและหนังศีรษะ ทั้งในน้ำอ่อนและน้ำกระด้าง
2.ความสามารถที่ทำให้ผมนุ่มสลวย หวีและจัดทรงได้ง่าย
9.ความเป็นกรด-ด่างในช่วง 5.0 – 8.0 (ยกเว้นแชมพูสำหรับเด็ก ค่าความเป็นกรด-ด่างในช่วง 6.5 – 7.5)
10.ต้องไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อตา
11.สารขจัดรังแค (เฉพาะแชมพูสำหรับขจัดรังแค) ต้องมีสารขจัดรังแคตามชนิดและปริมาณที่ระบุไว้ที่ฉลาก ไม่เกินร้อยละ 2.0
มธรรมดา
2.แชมพูสำหรับผมมัน
3.แชมพูสำหรับผมแห้ง
4.แชมพูสำหรับขจัดรังแค
5.แชมพูสำหรับเด็กอ่อน
ส่วนประกอบหลัก
ได้แก่ สารชำระล้าง (detergents) หรือ สารลดแรงตึงผิว (surfactants) แบ่งออกเป็นหลายกลุ่มได้แก่

•สารชำระล้างชนิดประจุลบ (anionic surfactants)
•สารชำระล้างชนิดประจุบวก (cationic surfactants)
•สารชำระล้างชนิดไม่มีประจุ (nonionic surfactants)
•สารชำระล้างชนิดมีสองประจุ (amphoteric surfactants)
ส่วนประกอบเสริม
•สารปรับสภาพเส้นผม (conditioning agent)
•สารเพิ่มฟอง (foam builder)
•สารช่วยทำให้ข้น (thickening agent)
•สารช่วยทำให้ใส (clarify agent)
•สารช่วยให้ทึบแสง (opacifying agent)
•สารกันการรวมตัวหรือสารซีเควสเตอร์ (sequestering agent)
•สารปรับความเป็นกรดด่าง (pH adjuster)
•สารกันเสีย (preservative)
•ส่วนประกอบอื่นๆ เช่น สี น้ำหอม สารขจัดรังแค สมุนไพร ฯลฯ

หลักในการเลือกซื้อแชมพู
1.แชมพูสระผมผู้ใหญ่ ขอแนะนำว่าไม่ควรเลือกชนิดที่มีฟองมากเกินไป เพราะสารทำความสะอาดเหล่านั้นมักจะมีคุณภาพทางเคมีที่ต่ำ ไม่เหมาะกับเส้นผมและผิวหนัง เหมาะที่จะเป็นส่วนผสมในน้ำยาล้างจาน หรือน้ำยาถูพื้นมากกว่า สังเกตได้ง่าย ๆ ว่าเมื่อสระผมด้วยแชมพูที่มีฟองมาก ๆ และสระเป็นประจำ เส้นผมจะแห้ง แตกปลาย และไร้น้ำหนัก การใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของสารคอนดิชั่นนิ่ง จะช่วยรักษาคุณภาพเส้นผมได้พอสมควร ส่วนสารอาหารอื่น ๆ ที่ใส่เสริมในแชมพู เช่น วิตามินชนิดต่าง ๆ อโลวีร่า หรือสารสกัดสมุนไพรอื่น ๆ ที่โฆษณาว่าให้ประโยชน์ต่อเส้นผมนั้น ในความเป็นจริงไม่มีส่วนช่วยให้เส้นผมที่เสียไปแล้วดีขึ้นเลย ผู้ที่มีผมเสียเพราะได้รับการแต่งสีผม ดัดผม ควรจะตัดผมที่เสียทิ้งไปโดยไม่ต้องเสียดาย[ต้องการอ้างอิง]
2.แชมพูสำหรับเด็ก จะมีองค์ประกอบที่แตกต่างจากแชมพูสำหรับผู้ใหญ่ตรงที่ว่า สารทำความสะอาดจะมีคุณภาพที่อ่อนละมุนต่อผิวหนังมากที่สุด ที่สำคัญสูตรแชมพูสำหรับเด็กจะไม่มีสารคอนดิชั่นนิ่ง เพราะเส้นผมเด็กบางไม่หนาและไม่ดกเหมือนผู้ใหญ่ จึงไม่ควรให้เด็กใช้แชมพูผู้ใหญ่และการที่ผู้ใหญ่ใช้แชมพูเด็ก ก็จะทำให้ไม่ได้รับประโยชน์ต่อเส้นผมเท่าที่ควร
3.แชมพูสมุนไพร หากถามว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงไร ให้ประโยชน์ได้มากมายต่อเส้นผม จริงหรือ คงตอบว่าไม่จริง เพราะหลักคือใช้แชมพูเพื่อทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะเท่านั้น หากต้องการใช้สมุนไพร ควรใช้สมุนไพรสดเช่นในสมัยโบราณจะให้ผลดีที่สุด เช่น น้ำเมือกจากผลมะตูม และประคำดีควาย ทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติเป็นสารทำความสะอาดที่ดี ในสมัยโบราณมีการนำมาใช้ทั้งซักผ้าและสระผม แต่ถ้านำสารสกัดมาผสมในแชมพูสระผมที่มีสารทำความสะอาดชนิดสังเคราะห์แล้ว ประโยชน์จากสมุนไพรจะไม่เกิด อาจให้ผลตรงกันข้ามด้วยซ้ำไปเพราะการนำสมุนไพรมาใช้ ควรจะใช้เป็น หรือผ่านขบวนการสกัดที่เหมาะสม มิฉะนั้นคุณค่าจะสูญสลายไป นอกจากนี้แชมพูที่ดีที่ได้มาตรฐานควรจะมีการปรับพีเอชให้เป็นกลางเพื่อไม่ ให้ระคายเคืองหนังศีรษะ ควรมีการเติมสารต้านเชื้อจุลรินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ เพราะสารสกัดสมุนไพร หรือสมุนไพรสด เชื้อจุลินทรีย์มักจะเจริญเติบโตได้ง่าย หากใช้แชมพูสมุนไพรที่ไม่ได้ผ่านขบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน อาจมีปัญหาหนังศีรษะคัน ผมร่วงได้ ส่วนใหญ่มักเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์จากสมุนไพร หากพบปัญหาที่ว่าไปนี้ ควรหยุดใช้แชมพูที่กำลังใช้อยู่ทันที
4.แชมพูผสมสารขจัดรังแค สำหรับผู้ที่มีปัญหาหนังศีรษะคัน มีรังแค ควรเลือกใช้แชมพูประเภทนี้ เช่น ซิ้งไพริไทออน การจะใช้ให้ได้ผลควรมีการใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนจะหยุดใช้ แต่หากยังไม่ได้ผล ควรพิจารณาเปลี่ยนไปใช้แชมพูผสมสารต้านเชื้อรา ซึ่งแชมพูกลุ่มนี้ถูกจัดเป็นตำรับยา จะมีจำหน่ายในร้านขายยาเท่านั้น

สุดยอดสบู่สมุนไพรบิวบี
สบู่ที่ให้คุณได้มากกว่าคำว่าสบู่เป็นทั้ง สบู่และแชมพูในก้อนเดียวกัน
ใช้สระผม อาบน้ำ ล้างหน้า ปราบกลิ่น ลดสิวฝ้า
ด้วยสัดส่วนสูตรพิเศษอุดมด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติหลากหลายชนิด
ผลิตจากสมุนไพรธรรมชาติ 100% ผมดก ลดหงอกกลิ่นเต่ากลิ่นเท้า
กลิ่นในจุดซ่อนเร้นปวดฟัน คราบหินปูน เสียวฟันผ้าสกปรกคราบน้ำมันเครื่องผ้าเหม็นอับ

บอกลา ปัญหาสุขภาพของเส้นผม
ผมบาง ผมร่วง ศีรษะล้าน หงอกก่อนวัย หงอกตามวัย ไปได้เลยจ้า เลิกใช้สารเคมีกับเส้นผมและหนังศีรษะของท่านตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดี เพียงคุณใช้สบู่สมุนไพรบิวบี เป็นประจำ คำว่า หงอก ผมขาว ผมบาง ผมมัน ผมขาด ศีรษะล้าน ลืมไปได้เลย


สรรพคุณ
ใช้สระผมเป็นประจำทำให้ผมหนานุ่ม ผมไม่มัน ผมดก ลดหงอก (ผมจะงอกขึ้นมาใหม่เยอะมาก) มดปัญหา ผมบาง ขาดหลุดร่วง ศีรษะล้าน สบู่สมุนไพรบิวบี สูตร "ดกดำ ล้านนา" เป็นสระบู่ ที่ใช้ในการสระผม ด้วยสัดส่วนสูตรพิเศษอุดมด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติหลากหลายชนิด ผลิตจากสมุนไพรธรรมชาติ มั่นใจ ปลอดภัย ไร้สารเค เป็นสบู่ที่ให้คุณมากกว่าคำว่าสบู่ ใช้สำหรับสระผมทำให้ผมดก ลดอาการคันหนังศีรษะ ทำให้ผมดก และยังลดหงอกได้จริง ด้วยสัดส่วนสูตรพิเศษอุดมด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติหลากหลายชนิด มั่นใจ ปลอดภัย ไร้สารเคมี ผลิตจากสมุนไพรธรรมชาติ 100%


ส่วนผสมที่สำคัญ
สาหร่ายเกลียวทอง,พลูคาว,คลอโรฟิลล์,ผงไข่มุก,คอลลาเจน,น้ำมันงา,น้ำมันมะพร้าว,ดอกอัญชัญ,มะกรูด,รากข่อย,กะเม็ง,น้ำผึ้ง,น้ำแร่,วิตามิอี,วิตามินซี,ว่านหางจาระเข้,สมุนไพรอื่นๆ อีกหลายชนิด และกลีเซอรีนชั้นดีจากฝรั่งเศส

วิธีใช้
ใช้สระผม ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ช่วยให้ผมงอกขึ้นใหม่เยอะมาก ลดผมร่วง ลดผมหงอกก่อนวัย หงอกตามวัย แก้ปัญหาผมเส้นเล็ก ลีบแบน ผมบาง ผมมัน ไม่น้ำหนัก แตกปลาย ขจัดเชื้อรา ชันนะตุ หนังหัวเป็นตุ่มแผลพุพอง มีน้ำเหลืองไหล

วิธีเก็บรักษา
อย่าวางไว้ในที่ ที่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง หรือที่ ที่มีอุณหภูมิสูง ใช้เสร็จแล้วไม่ควรวางไว้ในภาชนะที่มีน้ำขัง เพราะสบู่จะละลายเป็นของเหลว เมื่อสบู่สัมผัสกับอากาศโดยตรงจะทำให้เกิดหยดน้ำเล็กๆ เกาะกระจายอยู่ทั่วสบู่ หรือสบู่อาจขุ่น ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติแต่อย่างใด สบู่มิได้เสียหยดน้ำเล็กๆเกิดขึ้นเนื่องจากคุณสมบัติในการดูดดูดความชื้นของก้อนสบู่ชั้นดีจากฝรั่งเศส ยังคงใช้สบู่ได้ตามปกติ

คำแนะนำ
การหมักผม ก่อนสระผม 5-10นาที ก่อนล้างออกเพื่อบำรุงหนังศีรษะให้ผมดก และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ดีและยังแก้ปัญหาผมขาวได้เป็นอย่างดี

วิธีหมักผม
1.ใช้น้ำราดผมให้เปียกแล้วใช้สบู่สมุนไพรบิวบี “สูตรที่ท่านเลือกใช้” ถูเบาๆให้เกิดฟองและนวดให้ทั่วศีรษะทิ้งไว้ 2-5 นาที แล้วล้างออก
2.ใช้สบู่สมุนไพรบิวบีสระซ้ำอีก 1 ครั้ง นวดเบาๆให้ทั่วศีรษะ เพื่อบำรุงหนังศีรษะให้ผมดก และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องล้างออก
“ใช้ไดร์เป่าผม หรือพัดลม เป่าผมให้แห้งหรือจะปล่อยให้แห้งเองก็ได้" สำหรับท่านที่ สระผมตอนเย็นหรือกลางคืนควรทำให้ผมแห้งก่อนที่จะนอน

โปรดทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้สบู่สมุนไพรบิวบีหมักหงอก
เกี่ยวกับผมขาว (หงอก) สำหรับผมขาว (หงอก) ที่มีอยู่เดิม ก็ยังคงเป็นหงอกเหมือนเดิม แต่สีของหงอกจะเปลี่ยนเป็นสีเทาอ่อนๆหรือทองใสๆ ผมที่งอก ขึ้นมาใหม่จะเป็นผมสีตามธรรมชาติ ผมจะขึ้นมาเยอะมาก จึงมองไม่เห็นผมขาว (หงอก)ที่มีอยู่เดิมเด่นชัดมากนัก การใช้สบู่สมุนไพรบิวบี สระผมอย่างต่อเนื่องจะทำให้ผมหงอกลดปริมาณลงได้จริงเพราะ (สบู่สมุนไพรบิวบีไม่มีเคมี) ผมหงอกแทบไม่เพิ่มขึ้นจากเดิมเลย เช่น หงอกเคยขึ้นมากถึง 50 เส้น ก็จะลดปริมาณการหงอกลงจากเดิมขึ้น 50เส้นก็จะขึ้นเพียง 5-10 เส้นอย่างนี้เป็นต้น

สบู่สมุนไพรบิวบี

สวัสดีครับ ผมชื่อ แม็ค อภิวัฒน์ ครับ ผมชอบมากครับสบู่สมุนไพรบิวบี เป็นสบู่ที่ผมใช้แล้วผมดก และผมไม่ร่วง ครับ ผมพูดไม่เก่ง แต่รู้ว่าดีและก็ดีมากๆครับ อยากให้ทุกท่านลองหันมาใช้สมุนไพรสระผมดูครับแล้วท่านจะรู้ว่าผมของท่านดก ดำ หนา แน่น เหมือนดังข้าวในผืนนาจริงๆครับ ใช้ดีมากๆ อยากบอกต่อให้ทุกคนได้ใช้สินค้าดีครับผม

คนเรามีผมโดยเฉลี่ย คนละประมาณหนึ่งแสนเส้น เมื่อสระผมในแต่ละวันผมอาจร่วง 50-100 เส้น หรือ เฉลี่ย 200 เส้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อผมร่วงแล้วก็จะมีเส้นผมเกิดขึ้นมาแทนเส้นที่ร่วงไป แต่ในบางคนมีอาการผมร่วงที่รุนแรง ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ต่างๆ เช่น ผมร่วงเป็นหย่อมๆ มักเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น แพ้ยา (ยาแก้ปวด ยาลดกรดยูริก ยาละลายลิ่มเลือด และยาลดความดันโลหิต) และโรคผิวหนัง

ผมร่วงแบบพันธุกรรม เกิดจากฮอร์โมนเพศชายในร่างกายผิดปกติ โดยเส้นผมที่แข็งแรงจะค่อยๆ เล็กลงๆ และหลุดร่วงในที่สุด สำหรับผมร่วงจากการถอน ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาทางจิตใจ และความเครียด ซึ่งมักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ผมร่วงจากการเจ็บป่วย เช่น ภาวะเลือดจาง ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ (ทั้งภาวะไทรอยด์เป็นพิษ และภาวะไทรอยด์สร้างฮอร์โมนน้อย) โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็ง (แพ้เคมีบำบัด) และซิฟิลิส ก็ทำให้ผมร่วงได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ การได้รับสารเคมีเป็นประจำ เช่น น้ำยาดัดผม สเปรย์ฉีดผม และคลอรีนในน้ำ ใช้แชมพูสระผม ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะและเส้นผม การขาดสารอาหารโดยเฉพาะโปรตีน และวิตามินเอ รวมถึงคนที่ติดยาเสพติด สูบบุหรี่ และอยู่ในภาวะหลังคลอดบุตร ก็ทำให้ผมร่วงได้เหมือนกัน

ใครที่กำลังประสบกับปัญหาผมร่วง ควร หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะสารนิโคตินในบุหรี่ เป็นตัวกระตุ้นให้ผมร่วงง่ายขึ้น นวดศีรษะบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำความสะอาดเส้นผมสม่ำเสมอ ระวังแชมพูที่มีโซเดียม ลอริล ซัลเฟต (Sodium Lauryle Sulfate) เพราะมีสารซักล้างที่มีฤทธิ์รุนแรง

เพียงคุณใช้สบู่สมุนไพรบิวบีที่มีส่วนผสมของสมุนไพรหลากหลายชนิดอยู่ในก้อนเดียวเรียบร้อยแล้ว ใช้สระผมเป็นประจำ ผมของคุณจะดก หนาแน่น หงอกของคุณจะลดลง คุณจะเป็นคนที่จะบอกต่อปากต่อปาก ให้ผู้ใช้ทุกท่านได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ บิวบีดีที่สุด!

ส่วนผสมที่สำคัญ

สารสกัดจากพลูคาว
พลูคาว ผลทางเภสัชวิทยา (จากทดลองในห้องปฏิบัติการ) พบว่า พลูคาวมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์, มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เนื่องจากมีสารเควซิติน (Quartering) ซึ่งมีผลขยายหลอดเลือดฝอย ทำให้การไหลเวียนของเลือดและปัสสาวะเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลขยายหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังศีรษะ ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวหนังศีรษะดีขึ้นเป็นการขจัดเอาสารพิษออกไปและยังสามารถนำพาเอาสารอาหารมายังเซลล์รากผม ลดอาการคันศีรษะ บรรเทาอาการหนังศีรษะแห้ง ลดอาการอักเสบ ยับยั้งผมร่วง ช่วยให้เซลล์รากผมแข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย เร่งการเจริญของเซลล์ ควบคุมปริมาณของเหลวในร่างกาย แผลเปื่อยพุพอง ทำให้น้ำเหลืองแห้ง แก้โรคผิวหนัง ระงับเชื้อโรคหลายชนิด ตลอดจนใช้ยับยั้งการเติบโตของเชื้อไวรัสเริม ไวรัสไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

สาหร่ายเกลียวทอง
สาหร่าย เกลียวทอง เป็นอาหารที่มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการอยู่ 18 ชนิด เช่น ไอโอดีน เหล็ก โครเมียม แมกนีเซียม สังกะสี โคบอลต์ และ บางชนิด ยังมีโปรตีน และคาร์โบไฮเดรตสูง และธาตุเหล็ก ที่จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูมีน้ำมีนวลเปล่งปลั่ง และดูอ่อนเยาว์ ยังช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำเป็นมันเงางาม

คลอโรฟิลล์ Chlorophyll
คลอโรฟิลล์ทำหน้าที่ชำระล้างขจัดสารพิษและสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ช่วยเพิ่มปริมาณเลือดให้กับร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนำพาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย มีสารอาหารบำรุงเส้นผม ทำให้ผมดกดำ และช่วยลดอาการผมร่วง เสริมธาตุเหล็กให้ร่างกาย ขับสารพิษออกจากร่างกาย สารตกค้างของยาปฏิชีวนะ สารเคมีตกค้างทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานดี ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

อัญชัน
อัญชัน มีสาร แอนโธไซยานิน ซึ่งมีคุณสมบัติเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหลอดเล็กๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมและนัยน์ตามากขึ้น มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ โดยที่พืชจะสร้างสารนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันดอกหรือผลตัวเองจากอันตรายของแสงแดดหรือโรคภัย ดอกมีคุณค่าทางสมุนไพรช่วยปลูกผม ราก บำรุงตาลดอาการของโรคทางสายตา แก้ตาฟาง ตาแฉะ ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ รากใช้ถูฟันแก้ปวด คุณค่าทางอาหาร สารอาหารให้สารสีฟ้า ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของร่างกาย บำรุงเส้นผมให้สีเข้มเสมอ เลี้ยงรากผมมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างรากผมให้แข็งแรง ช่วยลดอาการผมร่วง ดอกอัญชันยังใช้ทา หนวด เครา และ คิ้วทำให้คิ้วดกดำ (คนโบราณใช้ทาคิ้วเด็ก ทำให้คิ้วเด็ก ดกดำได้จริง)

คอลลาเจน
มีกรดอะมิโนที่มีคุณภาพสูงทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปตามวัย เพราะคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผิว
โดยเฉพาะในชั้นหนังแท้ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับผิวทำให้ผิวแน่นกระชับเรียบเนียนไม่เหี่ยวย่นเพิ่มความนุ่มนวลชุ่มชื่นสุขภาพผิวแข็งแรงทนทานต่อสภาพแวดล้อมและเชื้อโรคต่างๆ นอกจากนี้ คอลลาเจนยังมีความสำคัญต่ออวัยวะส่วนอื่นๆ เช่น เล็บ, เส้นผม, อวัยวะภายใน, ข้อต่อ, เส้นเอ็นและกระดูก คอลลาเจนบำรุงเส้นผม, คอลลาเจนทำให้เส้นผมดกดำเป็นเงางาม ผมยาวเหยียดตรงมีน้ำหนัก นุ่มสลวยรากผมแข็งแรง และเสริมความแข็งแรงให้กับเล็บช่วยให้เล็บไม่เปราะหักง่ายดูเป็นเงางาม

ผงไข่มุก
ช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์และสร้างเซลล์ใหม่ของผิวหนังระงับและยับยั้งการสร้างเม็ดสี ปรับผิวให้ขาวใส สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้า และผิวกาย ขจัดเซลล์ผิวและสิวเสี้ยนได้หมดจด ทำให้หน้าเนียนนุ่มยิ่งขึ้น ช่วยเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่และยับยั้งการสร้างเมลานิน ช่วยผลัดเซลล์ผิวโดยไม่ทำให้เกิดอาการแสบแดง พร้อมทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรง

วิตามินซี
ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายให้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ยับยั้งการทำลายหรือการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ วิตามินอี ยังเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมเส้นผม ที่ได้รับความเสียหาย ช่วยเสริม สร้างรากผมให้แข็งแรง หากได้รับไม่เพียงพออาจทำให้เส้นผมแตกหักได้ง่าย ดังนั้นเส้นผมจำเป็นต้องได้รับวิตามินอีที่เพียงพอ วิตามินอีช่วยป้องกันผิวจากการไหม้เกรียม เมื่อผิวของเราได้รับวิตามิน อี อย่างเพียงพอ จะทำให้ผิวเนียน สดใส เปล่งปลั่ง เต่งตึงขึ้น ลดการก่อตัว ของเมลานิน (เม็ดสีนั่นเอง) ที่จะเป็นตัวการทำให้ผิวของเราๆ หมองคล้ำได้ วิตามินอี จะช่วยให้ผิว เนียนนุ่ม ชุ่มชื่นน่าสัมผัส

น้ำผึ้ง
มีคุณสมบัติทางยา คือ สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ได้ นอกจากนี้น้ำผึ้งยังมีสาร ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และ สารแอนตี้ออกซิแดนด์ มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ดังนั้นน้ำผึ้งสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้และทำให้แผลไม่เกิดการอักเสบ สำหรับผิวหน้า น้ำผึ้งจะทำให้ผิวหน้าสดใส ผู้ที่มีปัญหาสิวเสี้ยนหรือต้องการบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ น้ำผึ้งไม่ผ่านความร้อนจะมีเอ็นไซน์ ซึ่งทำให้ผิวหน้าของคุณชุ่มชื่นและนุ่มนวลยิ่งขึ้น สำหรับเส้นผม เส้นผมจะนิ่มและเงางามตามธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีใด ๆ

น้ำมันงา
ช่วยดูดสารพิษในร่างกาย ชะลอความเสื่อมของผิว สำหรับเส้นผม ทำให้ผมลื่นดกดำเป็นเงางาม ไม่แห้งแตกปลาย รากผมแน่นขึ้น ผมร่วงน้อยลง ใช้ทาถูนวดแก้ขัดยอก ลดการอักเสบ ช่วยบำรุงกระดูก เนื้อเยื่อ และระบบประสาท ช่วยปรับร่างกายให้เข้าสู่สมดุล ทำให้จิตใจสงบ อีกทั้งยังมีสรรพคุณบำรุงกระดูก กล้ามเนื้อ ระบบประสาท และผิวพรรณให้อ่อนนุ่มชุ่มชื่น
ทาผิวและผมเพราะว่ามันงามีคุณสมบัติแทรกซึมผ่านผิวหนังได้ทุกชั้น มีวิตามิน E สูง ทำให้ผิวหนังนุ่มนวล ไม่เหี่ยวย่น
เมล็ดงา น้ำมันงา บำรุงหลายส่วนของร่างกาย ทั้งผม ผิวพรรณ เล็บ กระดูก มีแคลเซียมสูง บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น มีสาร
ต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวนุ่มนวลแก้ปัญหาผิว แห้งได้เป็นอย่างดี

วิตามิน E
ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายให้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ยับยั้งการทำลายหรือการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ วิตามินอี ยังเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมเส้นผม ที่ได้รับความเสียหาย ช่วยเสริม สร้างรากผมให้แข็งแรง หากได้รับไม่เพียงพออาจทำให้เส้นผมแตกหักได้ง่าย ดังนั้นเส้นผมจำเป็นต้องได้รับวิตามินอีที่เพียงพอ วิตามินอีช่วยป้องกันผิวจากการไหม้เกรียม เมื่อผิวของเราได้รับวิตามิน อี อย่างเพียงพอ จะทำให้ผิวเนียน สดใส เปล่งปลั่ง เต่งตึงขึ้น ลดการก่อตัว ของเมลานิน (เม็ดสีนั่นเอง) ที่จะเป็นตัวการทำให้ผิวของเราๆ หมองคล้ำได้ วิตามินอี จะช่วยให้ผิว เนียนนุ่ม ชุ่มชื่นน่าสัมผัส

น้ำแร่จากน้ำแร่ธรรมชาติ
ทรงคุณค่ามหาศาล เนื่องจาก น้ำแร่นั้นเป็นที่ยอมรับกันในวงการแพทย์ ว่ามีผลช่วยขจัดปัญหาและรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้ผลดีนอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาของสิวเสี้ยน สิวอุดตัน เมล็ดผื่นต่างๆ และยังมีผลทำให้รูขุมขนกระชับผิวเนียนนุ่ม และคงความชุ่มชื่นไว้ได้ดี ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและร่างกาย คนเราจะสวยงามได้นั้นต้องมีพื้นฐานจากสุขภาพร่างกายและผิวพรรณที่ดี ในขณะเดียวกันน้ำแร่อุณหภูมิปกติ ก็ยังคงอุดมด้วยแร่ธาตุ ซึ่งมีประโยชน์ สามารถนำมารักษาโรคเกี่ยวกับผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

ก้อนสบู่ชั้นดี ที่นำเข้าจากฝรั่งเศส ที่ประจุพลังงานชีวภาพไว้ ภายในสบู่ก้อน ช่วยให้ผิวพรรณของท่านมีสุขภาพดี

สมุนไพรที่มีคุณสมบัติซักล้างเช้ดถู

สมุนไพรทำน้ำหมักชีวภาพมาทำน้ำยาล้างมือ
    น้ำต้มจากต้นไมยราพ โดยต้มจนเดือด แล้วปล่อยให้เย็น นำมาผสมให้เข้ากัน เป็นน้ำยาล้างมือที่จะทำให้มือนุ่ม

สมุนไพรทำน้ำหมักชีวภาพมาทำน้ำยาซักผ้า
    วัสดุที่ใช้แทนเปลือกสับปะรด ได้แก่ มะขามเปียก มะกรูด มะเฟือง มะยม กากกระเจี๊ยบที่ต้มน้ำแล้ว เปลือกมะนาว
เปลือกส้ม เปลือกเสาวรส เปลือกส้มโอ หรือเปลือกผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวๆ เพราะมีสภาพเป็นกรดเหมือนกับสับปะรด ฤดูกาลไหน วัสดุใดมีราคาถูกก็ใช้วัสดุนั้น ตามหลักควรใช้เปลือกด้วย
    สมัยโบราณมีการนำเอาวัสดุจากธรรมชาติ มาใช้ในการทำความสะอาดเครื่องใช้ภายในครัวเรือนและชำระล้างร่างกายอาทิ มะคำดีควาย มะขามเปียก มะเฟือง ส้มป่อย ใบหมี่ มะละกอ   หนามแท่ง เป็นต้น  และใช้น้ำขี้เถ้าจากการเผาฟาง มาช่วยทำให้เกิดฟองและลื่นซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา

สมุนไพรทำน้ำหมักชีวภาพมาทำน้ำยาเอนกประสงค์(ซัก ล้าง เช็ด ถู)
    ให้ใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะขามเปียก มะนาว มะกรูด สับปะรด หนามแท่ง ประคำดีควายฯลฯ

สมุนไพรทำน้ำหมักชีวภาพมาทำน้ำยาสระผม
    แก้ไขปัญหาผมร่วง ให้ใช้ ผลกระเบา ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด
    บำรุงเส้นผมให้ดกดำ ให้ใช้ เหง้าขิง ใบหมี่ ดอกอันชัน บอระเพ็ด
    ทำให้ผมนิ่มสลวย ให้ใช้ ใบหมี่ มะยามเปียก ผักบุ้ง ว่านหางจระเข้
    แก้ไขปัญหาผมแตกปลาย ให้ใช้ ตระไคร้ น้ำมันมะพร้าว
    แก้ไขปัญหารังแค ให้ใช้ บอระเพ็ด มะเฟือง มะกรูด ขี้หนอน ส้มป่อย

ต้องการนำน้ำหมักชีวภาพมาทำสบู่เหลวให้ใช้มะขามเปียกหรือขมิ้น

 

น่าสนใจสมุนไพรซักล้า

เถาเครือด่าง เปลือกขี้หนอน การบูร


ภูมิปัญญาอภิวัฒน์
Budding Wisdom

กลับขึ้นบน