Font : Tahoma

1  มิถุนายน  2554

สมหวัง  วิทยาปัญญานนท์

นานาสมุนไพรแก้ปวด

Herbs  for  Pain

 

                อาการปวดนั้นทรมานจากการเจ็บป่วย  อยู่ไม่เป็นสุขส่วนใหญ่มักจะวิ่งหาพาราเซตามอล  ซึ่งราคาถูก  หาง่าย  แต่หากกินนานๆ  จะเป็นพิษต่อร่างกาย

                อาการปวดหากเป็นมากๆ  จะทำให้หลอดเลือดขยายตัวหน้ามืดเป็นลม  ช๊อกจนเกิดระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจนถึงเสียชีวิต

                การปวดเป็นกลไกร่างกายให้ป้องกันตัวจากอันตรายทั้งภายใน  ภายนอกร่างกาย  ซึ่งอาจเกิดจากบาดแผลเกิดเชื้อโรคในบาดแผล  การอักเสบเนื้อเยื่อ

                การเจ็บ  (Epicritic  Pain)   เกิดขึ้นเร็วหายเร็วบอกตำแหน่งชัดเจน  ไม่มีการทำลายเนื้อเยื้อ  เป็นกลไกป้องกันตัวไม่ให้เกิดอันตราย  เมื่อถูกของแหลมคมทิ่มแทงแต่ยังไม่ถูกบาด

                การปวด   (Protopathic  Pain)  เกิดขึ้นหลังเจ็บ  อยู่นานกว่า  การปวดมี  4  ชนิดคือ

                1.  ปวดเฉียบพลัน  (Acute  Pain)    เกิดเมื่อเนื้อเยื่อถูกทำลาย  หลังถูกผ่าตัด  ไฟไหม้  น้ำร้อนลวก  เกิดอุบัติเหตุ

                2.  ปวดเรื้อรัง  (Chronic  Pain)  ปวดนานกว่า  6  เดือน  จนผู้ป่วยซึมเศร้าแบ่งออกเป็น  4  ชนิด  คือ 

                -  ปวดไม่หาย  แม้นแผลหายแล้ว

                -  ปวดจากประสาทถูกทำลาย  (nerve  damage) 

                -  ปวดไร้สาเหตุการเกิด  หาไม่พบ

                -  ปวดแบบเข็มแทง  เกิดขึ้นเองโดยไม่มีอะไรกระตุ้นหรือปวดมากแม้ถูกกระตุ้นเบาๆ 

                3.  ปวดทางจิต  (Psychogenic  Pain)  เกิดจากความกระวนกระวาย  กลัวตายไร้สาเหตุทางกายภาพ  ประสาทส่วนกลางผิดปกติ  ต้องใช้จิตบำบัด

                4.  ปวดจากมะเร็ง  (Cancer  Pain)  ปวดยาวนาน  หลายเดือน  ปวดๆ  หายๆ  เกิดจากเนื้อเยื่อถูกทำลายจากเซลมะเร็งลุกลาม

 

2.  สาเหตุการปวด

                ปวดมีหลายอย่าง  เช่น  หัวไหล่  สะบัก  ยกแขนไม่ขึ้น  หลังแข็ง  เอี้ยวตัวไม่ได้  ปวดเมื่อยต้นคอ  คอแข็ง  เมื่อยต้นแขนปลายแขน  ชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้า  ปวดเอว  ปวดหลัง  นั่งคุกเข่าไม่ได้  นั่งแล้วลุกไม่ขึ้น  เข่าอ่อน  มีเสียงดังในเข่าเวลางอหรือเหยียดเข่า  ปวดเข่า  ปวดข้อศอก  ปวดนิ้วมือตอนเช้า  กำมือไม่ได้  นิ้วมืองอค้าง  ปวดหลัง ร้าวสะโพก

                สาเหตุการปวดมีนับ 100  ชนิด  สรุปได้เป็นเหตุหลักๆ  ได้  5  อย่าง

                -  ปัจจัยส่วนตัว  มีอ้วนไป

                -  เสื่อมไปตามวัยหรือใช้งานอวัยวะผิดวิธีเรื่องท่าทาง  อิริยาบท บาทเจ็บมาก  ไม่เคลื่อนไหวอวัยวะส่วนนั้นนานๆ  กินยา  แก้ปวด  อักเสบ  คลายกล้ามเนื้อนานเกินไป

                -  อิริยาบทและการใช้งาน  กิจวัตรประจำวันผิดท่าทางนั่งนาน  ก้มคอนาน  เงยคอนาน  นอนตกหมอน  หลับผิดวิธี  นั่งหลับในรถเมล์  หิ้วของหนักนานไป บางรายมีการกดทับเส้นประสาท  กดหมอนรองกระดูกนอนหลังโก่งนานไป  นั่งพับเพียบนานๆ 

                -  สังคมทำให้อารมณ์เครียด  วิตกกังวัล  อาการเกร็งกล้ามเนื้อ  ทำให้ขาดเลือดมาเลี้ยง

                -  โรคต่างๆ  เช่นไต  ต่อมลูกหมากโต  มดลูกอักเสบ  ฟันผุ  ช่องหูอักเสบ  ไมเกรน  โรคข้ออักเสบ  รูมาตอยด์  เกาต์  กระดูกผิดปกติ  ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน  กระดูกสันหลังคด  โรคกระดูกบางกระดูกพรุน 

 

3.  การรักษาอาการปวด

          -  ค้นหาสาเหตุการปวด

                -  แก้ที่สาเหตุ  เช่น  ลดน้ำหนัก  วางทำทางที่ถูกต้อง  เปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆ    ยกหิ้วของให้ถูกต้อง  อารมณ์ปล่อยวาง  ใส่รองเท้าที่เหมาะสม  ป้องกันโรคให้ตรงจุด

                -  ใช้ยาแผนปัจจุบันบรรเทา

                -  ใช้ยาสมุนไพรเป็นทางเลือก

                -  ทำให้ร่างกายแข็งแรง

 

4.  สมุนไพรแก้ปวดศีรษะ

                4.1  สาเหตุ

                -  กล้ามเนื้อเครียด  แถวต้นคอ  ท้ายทอย  หน้าผาก  กระบอกตา  นอนผิดท่า  นอนตกหมอน

                -  กล้ามเนื้อตาตึงเครียด  ทำงานฝีมือ  อ่านหนังสือตัวเล็ก  กล้ามเนื้อตาเพ่งไม่เก่ง

                -  ไมเกรน  มักปวดหัวข้างเดียว  หงุดหงิด  ภาพมัว  เห็นไฟแลบ

                -  โรคต่างๆ  ทางสมอง  ตา  หู  โพรงจมูก  ฟัน  เช่นความดันโลหิตสูง  เนื้องอกในสมอง  เลือดออกในสมอง ไซนัส  หูน้ำหนวก  ฟันผุ  อากาศร้อนไป  นอนไม่พอ  เครียด  หิวข้าว  เคี้ยวหมากฝรั่งนานๆ  แพ้กลิ่นฉุน  สูบบุหรี่จัด  นอนผิดท่า  กระดูกต้นคอเสื่อม  กล้ามเนื้อต้นคอเสื่อม  นอนกัดฟัน  ต้อหิน  ความดันตาสูง

               

 

 

 

 

 

4.2.  การรักษา

          นอนพัก  นั่งหลังตรง  คอตรง  ประคบ  ร้อนหรือเย็น  หายใจเข้าลึกๆ  นวด  ประคบดวงตาด้วยผ้าชุบน้ำเย็น  ใส่แว่นกันแดด  ดื่มกาแฟ  กินอาหารครบทุกมื้อ  งดอาหาร  เค็มจัด  มีผงชูรส  ช๊อคโกแลต  เนยแข็ง  แอลกอฮอล์  อยู่ในที่อากาศระบายดี

                4.3  การใช้สมุนไพรแก้ปวดศรีษะ

          1.  มะยมใบต้มกับน้ำดื่มต่างน้ำ  (แก้เครียด  คิดมาก  นอนน้อย  ไม่ออกกำลังกาย) 

                2.  ชาจีน  ใบ  ชงกับมะนาว  (อดนอน  ไม่ออกกำลังกาย)

                3.  กาฝากมะม่วง  ทั้งต้นต้มดื่ม  (คิดมาก  อดนอน) 

                4.  ว่านหางจระเข้  ใบฝานเป็นแว่นใส่ปูนแดง  บางๆ  ปะที่ปวด  (คิดมาก  อดนอน)

                5.  มะนาว  ฝานผลมะนาวบางปูนแดงทาปะ  (คิดมาก  อดนอน) 

                6.  บัวบก  ทั้งต้น ตำกับน้ำมะนาว  ดื่มรวดเดียว  (จากความดันโลหิตสูง) 

                7.  โด่ไม่รู้ล้ม  ต้นแห้งต้มน้ำดื่ม  (จากหวัด)

                8.  พริกไทยสด  เมล็ดใส่ปากเคี้ยวก่อนแปรงฟันเช้า  7  เม็ด  แล้วกลืน  (จากไมเกรน)

                9.  แค  ดอกผักกุ้งสด  แกงส้ม  แกงเหลือง  รับประทานเป็นอาหาร  (จากไมเกรน)

                10.  บวบ  รากต้มดื่มเป็นชา  (ปวดไมเกรน) 

                11.  ขิง  เหง้าแก่ต้มน้ำกับกระเพราแดงกินเป็นชา  (ปวดไมเกรน)

                12.  มะตูม  ผลต้นใบดอกรากต้มน้ำดื่น  (ปวดตาลาย)

                13.  บอระเพ็ด  เถาหั่นเป็นแว่นดอกเหล้าน้ำผึ้งกิน  (ปวดไมเกรน  ปวดธรรมดา)

 

5.  สมุนไพรแก้ปวดตา

                5.1  สาเหตุ

                -  กุ้งยิง  อักเสบ  ติดเชื้อที่ต่อมเหงื่อต่อมไขมัน โดนขนตา จากฝุ่นละออง  น้ำไม่สะอาดเข้าตา  มือสกปรกจับต้องตา มีทั้งอักเสบรุนแรง  ติดเชื้อ  ปวดเจ็บตุ่มฝี  และอักเสบเรื้อรังไม่ปวดเจ็บ  เป็นตุ่มไตแข็ง

                -  ตาต้อ  มีต้อกระจก  ต้อเนื้อหรือต้อลิ้นหมา  ต้อลำใย  และต้อหิน

                -  ตาแดง  เยื่อตาอักเสบ  มีทั้งเฉียบพลัน  และเรื้อรังจากเชื้อแบคทีเรีย  ไวรัส  ภูมิแพ้  สารพิษเข้าตา มือผ้าสกปรกเช็ดตา  ยาล้างตาที่ไม่สะอาดหรือใช้บ่อยเกินไป

                -  สิ่งแปลกปลอมเข้าตา

                -  สายตาผิดปกติ  มีสายตาสั้น  สายตายาว  สายตาเอียง  ทำงานละเอียดเพ่งนาน

                -  ตาเขซ่อนเร้น  คือตาเขอ่อนๆ  หรือตาส่อน  กล้ามเนื้อตาไม่สมดุล

                -  ปวดหัวไข้หวัดใหญ่  ไซนัสอักเสบ

                -  เกล็ดกระดี่ขึ้นตา  จากการขาดวิตามินเออย่างรุนแรง

                -  ตาบอดกลางคืน  จากขาดวิตามินเอ

                -  ถูกแสงจ้า  โต้ลม มองแดดจ้า  ดูโทรทัศน์อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ  ทำงานกลางแดดนาน

                -  อ่านหนังสือที่แสงไม่พอ

5.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดตา

                1.  ผักบุ้ง  ตำต้นใบคั้นเอาแต่น้ำหยอดตา  ทั้งสองข้าง  (จากตาแดง)

                2.  ว่านหางจระเข้ใช้วุ้นใบไม่เอายางเหลือง  คั่นเอาน้ำหยอดตา  (จากตาแดง)

                3.  ขมิ้น  ขมิ้นผงต้มกับน้ำใช้ล้างตาหยอดตา  (จากตาแดง) 

                4.  ฝาง  แก่นฝางต้มกับน้ำในเดือดใส่พิมเสนเล็กน้อยใช้ล้างตาหยอดตา  (จากตาแดง)

                5.  ชาจีน  ชงชาจีนในน้ำเดือดแก่ๆ  รมตาด้วยไอน้ำชาจนหมดไอ  (จากตาแดง)

                6.  มะเขือเทศ  หั่นผลปิดรอบดวงตา  10  นาที  (ใช้สายตานานนอนดึก)

                7.  ตำลึง  ยอดตำลึงใช้ยางปะฝีกุ้งยิง  (กุ้งยิง)

                8.  ขมิ้นอ้อย  เนื้อเหง้าเขี่ยลูบหัวกุ้งยิง

                9.  มะลิลา  ดอกตำผสมพิมเสน  2  เกล็ด  คั้นเอาน้ำหยอดตา  ดอกลอยน้ำในขัน  ล้างหน้าล้างตา  (ตาต้อ)

                10.  อัญชันดอกขาว  ทั้งต้นพิมเสน  5  เกล็ด  ต้มน้ำเดือด เอาไอน้ำรมตา  (ตาต้อ)

                11.  น้ำมันละหุ่ง  หยอดตา  (กรวด  ทรายหิน  ผงเหล็ก  ฝุ่นไม้เข้าตา  เขี่ยหรือเอาออกก่อน)

                12.  ผักมีวิตามินเอ  มีแครอท  มะละกอ  ฟักทอง  มะเขือเทศราชินี  ผักบุ้ง  ตำลึง  ใบมะรุม  กินเป็นอาหาร  (ขาดวิตามินเอ) 

 

6.  สมุนไพรแก้ปวดหู

                6.1  สาเหตุ

                -  โรคหู  ทั้งหูชั้นนอก  หูชั้นกลาง  หูชั้นใน  หูชั้นนอก จากสิ่งแปลกปลอมเข้าหู  ขี้หูอุดตัน  เนื้องอก  กระดูกอ่อนใบหูอักเสบ  ฝี  เยื่อบุแก้หูอักเสบ  หูชั้นกลางจากความดันบรรยากาศ  เนื้องอก  โพรงอากาศ  อักเสบ  ฝี  หูชั้นในจากบาดเจ็บ  เนื้องอก  อักเสบ

          -  จากโรคอื่นแล้วปวดหูด้วย  เช่น  โรคฟัน  ทอนซิลอักเสบ  ข้อขากรรไกรอักเสบ  มะเร็งโพรงหลังจมูก

                6.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดหู

                1.  กระเทียม  แกนกลีบกระเทียม  เหลาเสียบที่รูเจาะหูที่อักเสบ  น้ำกลีบกระเทียมผสมน้ำหยอดหู

                2.  พลู  ใบตำผสมปูนแดง  พอกที่ปวดหูจากการถูกของแข็งกระแทก

                3.  ฟ้าทะลายโจรใบตำผสมเหล้า  พอกหูที่ถูกของแข็งกระแทก

                4.  มะกอกป่า  ผลบีบเอาน้ำหยอดรูหูแก้หูน้ำหนวก

                5.  น้ำส้มสายชูกลั่น  5%  หยอดหูทิ้งไว้  10  นาที  หากระคายเคืองให้ผสมน้ำเพิ่ม  แก้หูน้ำหนวก

                6.  ตาล  ก้านใบเผาไฟบีบเอาน้ำอุ่นมาหยอดหูแก้หูน้ำหนวก

                7.  หูเสือ  ใบและยอดคั้นน้ำหยอดหู  แก้หูน้ำหนวก  ฝีในหู

                8.  มะเฟือง  ใช้ใบมะเฟือง  มะยม  ขนุน  เผาไฟบดเป็นผงผสมกับพิมเสน  ใส่น้ำมะพร้าว  หยอดหู  แก้หูน้ำหนวก

                9.  ข้าวสาร  ใช้ข้าวสาร  พริกไทย  เกลือทะเล  คั่วให้สุกบดเป็นผมผสมเหง้าหรือน้ำร้อนกินหลังอาหาร  แก้หูอื้อ

                10.  ชุมเห็ดเทศ  ใบขยี้อุดในรูหู  แก้หูอื้อจากการสั่งน้ำมูกอย่างแรง

                11.  ว่านหางจระเข้  ใช้น้ำเมือกจากใบหยอดหูทิ้ง  10  นาที  แก้ปวดหู

                12.  ลำโพง  เมล็ดแช่ในน้ำมันพืชหรือน้ำมันมะพร้าวกรองเก็บไว้ใช้หยอดหู  รักษาปวดหู

                13.  ลางสาด  เมล็ดแก่ตากแดดให้แห้ง  ฝนกับน้ำปูนใสหยอดหู  แก้ปวดฝีในหู  ฝีจะแตกออกใน  2-3  วัน

                14.  กล้วยน้ำว้า  ทางใบกล้วยลนไฟบิดเอาน้ำหยอดหู  แก้ฝีในหู

                15.  ถั่วฝักยาว  ใบขยี้กับเกลือเอาน้ำหยอดหู  ฆ่าแห็บเข้าหู

                16.  ยาเส้น  ใบผสมเหล้าโรง  หยอดหู  แก้ปวดเห็บเข้าหู

 

7.  สมุนไพรแก้ปวดจมูก

          7.1  สาเหตุ

                -  โรคหวัด  เชื้อโวรัสเข้า  เยื่อจมูกบวมแดง  ไอ  ปวดศีรษะ

                -  ไซนัส  หรือโพรงอากาศเล็กๆ  ในกะโหลกรองจมูกมีทางต่อเชื่อมโพรงจมูก  ซึ่งเชื้อโรคเข้าไซนัสผ่านจมูกได้ปกติทางเชื่อมเปิดโล่งระบายน้ำเมือกออกได้แต่หากอุดตัน  จากการเป็นหวัด  บาดเจ็บ จมูกคด ดำน้ำ  รากฟันเป็นหนอง  น้ำเมือกระบายไม่ได้  เชื้อโรคจะเติบโตจนเกิดอักเสบและเป็นหนองขัง

                -  เลือดกำเดาไหล  เกิดจากสั่งน้ำมูกแรง  แกะจมูก อุบัติเหตุที่ศีรษะใบหน้า  จากโรคเลือดไหลไม่หยุด  เบาหวาน  ความดันโลหิตสูง  เส้นเลือดเปราะ  ตับไตทำงานผิดปกติ

                7.2  การใช้สมุนไพรแก้อาการปวดจมูก

          1.  กระเทียม  ใช้กระเทียมหั่น  เปลือกมะเดื่อ  ปล้องตากแห้ง  เนื้อไม้ไผ่สีสุกขูดตากแห้ง  การบูรผสมกัน  มวนกับกระดาษขาวที่เป็นรูปกรวยติดแป้งเปียกจุดสูบ  หลังสูบกินน้ำมะนาว  เกลือ  พริกขี้หนู  ตำผสมน้ำผึ้งตามลงไป  กินหัวกระเทียมทุกวันสามารถแก้ริดสีดวงจมูก  และไซนัสอักเสบ

                2.  ลำโพง  ดอกลำโพง  ดอกปีบ  หัวหอมแดง  ตากให้แห้ง  ผสมกันใส่การบูรเล็กน้อย  ทำยาเส้นมาสูบ  (ปวดจากริดสีดวงจมูก  ไซนัสอักเสบ)

                3.  ขิง  ใช้หัวขิงแห้ง  หัวดองดึง  หัวอุตพิษ  หัวดาดแดง  หัวดาดขาว  หัวบุกรอ  หัวกลอย  ลูกกระวาน  เมล็ดพริกไทย  บดละลายน้ำกัน

                4.  มะนาวใช้ใบมะนาว  ใบหนาด  ใบมะตูม  ใบมะกรูด  ใบส้มข่อย  ใบส้มโอ  ใบผักกระโฉม  นวลผิวข่อย  นวลผิวไม้ไผ่สีสุก  ดอกคำฝอยอย่างละเท่าๆ  กัน  หั่นฝอยคลุกให้เข้ากัน  แทรกการบูร  สูบด้วยใบตองแห้งหรือใบบัวแห้ง  แก้ปวดริดสีดวงจมูก

                5.  หัวหอมแดง  ทุบพอแตกมาดม  หรือทุบใส่หม้อน้ำเดือด  ผ้าคลุมจมูกสูด  หรือกิน  แก้ปวดคัดจมูกจากหวัดสำหรับเด็กปวดจมูกหัวหอม  หัวเปราะหอม  ขมิ้นสดเท่าๆ  กัน  โขลกจนมีน้ำปั้นโป๊ะที่กระหม่อมเด็ก  ผ้าพันกันหลุดหรือวางที่หมอนเด็กตอนนอน

                6.  หนุมานประสานกาย  ใช้ใบสด  5-10  ช่อ  ต้มกับน้ำ  7-10  แก้ว  ต้มเดือดนาน  10  นาที  แบ่งกันตลอดวันแก้ปวดคัดจมูกแพ้อากาศ

                7.  ฟ้าทะลายโจร  ใบใกล้เริ่มออกดอก  ตามแห้งบดผงผสมน้ำเชื่อม  ปั้นเม็ดเท่าไข่จิ้งจก  กิน  5  เม็ด  ตอนเช้าแก้หวัดปวดจมูกจากแพ้อากาศ

                8.  ต้นหอม  กินต้นหอม  แก้ปวดคัดจมูกแพ้อากาศ

                9.  เหงือกปลาหมอ  ใช้ต้น  พริกไทย  บดผสมเป็นผงปั้นกับน้ำผึ้ง  กินวันละ  2  ครั้งๆ  ละ  1-2  เม็ด  เช้า + เย็น  แก้หวัดปวดจมูกแพ้อากาศ

                10.  พลู  เคี้ยวใบพลูทุกเช้าและก่อนนอน  แก้จมูกอักเสบหากปวดจมูกจากกำเดาไหล  ให้มวนใบพลู  1  ใบ  แบบบุหรี่ขยี้ปลายใช้ช้ำอุดในรูจมูก

                11.  ฝรั่ง  ใบฝรั่งสดย่างไฟพอหอม  ชงกินแบบชา  หรือเคี้ยวใบฝรั่งแก้จมูกอักเสบมีกลิ่นเหม็น  สำหรับเด็กมีกำเดาไหลบ่อยใช้รากต้นฝรั่ง  ใส่น้ำ  ต้มยาพอสุกวัน  3-4  ครั้งๆ  ละ  1  แก้ว

                12.  ข้าว  ใช้รากข้าว  ต้มกับน้ำ  รอเย็นกินหมดรวดเดียวแก้เด็กปวดจมูกจากเลือดกำเดาไหลบ่อย

 

8.  สมุนไพรแก้ปวดในช่องปาก

          ช่องปากมีริมฝีปาก  กระพุ้งแก้ม  เหงือก  ลิ้น  เนื้อเยื่อรอบๆ  ลิ้น  ใต้ลิ้น

                8.1  สาเหตุ

                -  เหงือกอักเสบ  จากการติดเชื้อ  คราบอาหารติดฟันเกิดเชื้อโรค ในคราบมีสารพิษทำลายเหงือกฟัน  จะมีกลิ่นปาก  เหงือกแดงคล้ำ  ปวดเจ็บเหงือก  ฟันโยก  มีหนอง  มีแผลในช่องปาก

                -  แผลในช่องปากจากแผลร้อนใน  บวมแดงแตกเป็นแผลตื้นๆ  รูปไข่  มีเมือกบางสีขาวเหลือง

                -  แผลเริมที่ปากเป็นตุ้มใสเล็กๆ  ที่ริมฝีปากและเหงือก

                -  ริมฝีปากแตก  จากปากแห้งลอกเป็นขุย  แตกปริ

                -  ปากนกกระจอก  แผลเปื่อยที่ริมมุมปาก  สาเหตุจากขาดวิตามินบี  2  และติดเชื้อเริม

                -  ลิ้นฝ้าขาว  จากติดเชื้อราหรือยีส จากคนภูมิต้านทานน้อยคน ที่กินยาฆ่าเชื้อยากดภูมิต้านทาน  พอกสเตียรอยด์

                8.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดในช่องปาก

                1.  สีเสียดเทศ  กับลูกแบญกานีฝนกับน้ำทาแก้เหงือกบวมและปวด

                2.  กานพลู  ตำกับเหล้า  อุดตรงที่เหงือกบวม

                3.  ผักกระเฉดใช้ใบต่ำกับเหล้าขาว  อุดตรงเหงือกบวม

                4.  ว่านหางจระเข้  ใช้เมือกวุ้นทาแก้เริมที่ปากบ่อยๆ 

                5.  เม็ดในมะม่วง  ตรงถูกมีดมีสีม่วง  ฝนกับปูนแดง  ทาแผลยางมะม่วงกัดปาก

                6.  น้ำมะนาวผสมน้ำเติมเกลือกินแก้แผลในปากจากท้องผูก ใช้เม็ดมะนาวเผาไฟบดละเอียดผสมน้ำกวาดซางในปากเด็ก

                7.  ฝรั่งสด  กินแก้แผลในปาก  ใบเคี้ยวปะแผลเปื่อยในปาก

                8.  ใบฟ้าทะลายโจร  อมไม่เคี้ยวปะแผลในปาก  ใบสดระยะออกดอก  ตากแดดบดเป็นผงปั้นน้ำเชื่อมเป็นลูกกลอนกิน

                9.  ผลลูกยอ  เถาวัลย์เปรียงสับ  ดองตากแดดตากน้ำค้างกับเกลือกินแก้ปากเปื่อยคอเปื่อย

                10.  ตะไคร้แดงต้มน้ำบ้วนปากแก้แผลปากเปื่อย  ดื่มแก้ปากแห้ง

                11.  สบู่ดำ  ใช้ยางก้านใบมาห้ามเลือด  รักษาปากนกกระจก

                12.  ผักคราดหัวแหวน  ใบสดตำพอกฝีริมฝีปากที่ปวด

                13.  เปล้าใช้ใบเอาน้ำยางมาแต้มแผลริมฝีปากแตกหน้าหนาว

                14.  กระเทียมสับแช่น้ำส้มสายชูและน้ำทาฝ้าที่ลิ้นเด็กแก้อาการเจ็บลิ้นฝ้าขาว

                15.  ยางก้านกล้วย  ใช้ผ้าอ้อมชุบเช็ดโคนลิ้นเด็กลิ้นฝ้าเบื่อนมเบื่ออาหาร

 

9.  สมุนไพรแก้ปวดฟัน

                9.1  สาเหตุการปวดฟัน

                -  ฟันผุ  อาการปวดหลังกินอาหาร  อุณหภูมิเปลี่ยนกดปลายเส้นประสาท  หากทิ้งไว้นานอาจกลายเป็นหนอง

                -  ฟันคุด  ฟันโผล่ไม่ได้ มีซี่อื่นขวางไว้  จะปวดเวลาฟันจะขึ้น

                -  โรคเหงือก  ปวดเวลาแปรงฟันมีเลือดออก  เหตุจากแปรงไม่สะอาด  มีเชื้อแบคทีเรียอยู่ที่เหงือกและซอกฟัน

                -  เหงือกถอยร่นจากแปรงผิดวิธี  ขนแข็งไป  กินอาหารเย็นจะเสียว

                -  ฝีมีหนอง  ปวดหัวตื้บๆ  เหตุจากฟันผุอักเสบมีหนอง

                -  โรคไซนัส  จากหวัดเรื้อรัง  ชอบสั่งน้ำมูกแรงๆ

                -  การกัดฟันขณะหลับ  สารเคลือบฟันสึกควรบริหารร่างกายก่อนนอน  ลดตึงเครียด

                -  ตั้งครรภ์  ทำให้เป็นโรคเหงือกชั่วคราวเพราะทารกดึงแคลเซียมจากตัวแม่มาใช้  ควรกินอาหารมีแคลเซียมและวิตามินมากๆ 

                9.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดฟัน

                1.  กานพลู  ใช้น้ำมันกานพลูใช้สำลีชุบจิ้มในรูฟันที่ปวด  แก้รำมะนาด  หรือใช้ดอกเคี้ยวอมไว้ตรงที่ปวดฟัน  หรือตำกับสุราจิ้มอุดฟันที่ปวด

                2.  ผักคราดหัวแหวน  เคี้ยวก้านสดก้านดอกช่อให้น้ำซึมเข้าฟันที่ปวดจะรู้สึกชา

                3.  ข่อย  กิ่งสดหั่นต้นน้ำใส่เกลือจนน้ำขวดลงครึ่งอมเช้าเย็น  ฆ่าเชื้อโรคในช่องปากและทางเดินอาหารทำให้ฟันทนแข็งแรงไม่ผุ  ใช้รากข่อยเมล็ดชุบเห็ดเทศ  ตำกับเกลือ  ต้มน้ำอมกลั้วปาก

                4.  ดาวเรือง  ดอกแห้งต้มน้ำดื่มแก้ปวดฟัน

                5.  ผักชี  เมล็ดต้มน้ำอมบ้วนปากบ่อยๆ  แก้ปวดฟัน

                6.  แก้ว  ใบสดตำกับเหล้าแช่ไว้  ทาบริเวณปวด

                7.  ใบชุมเห็ดเทศ  ตำกับเกลือ  อุดฟันปวด

                8.  ข่าแก่  ตำกับเกลือ  อุดฟัน

                9.  มะนาว  ใบต้มกับเกลือ  อม

                10.  ชะพลู  ใช้ราก – ใบตำกับเกลือแล้วอม

                11.  เปลือกต้นแค  ต้มน้ำอม

                12.  กล้วยน้ำว้าสุก  กินก่อนนอนหรือพึ่งตื่นเช้าแล้วแปรงฟัน

                13.  อ้อย  เคี้ยวหลังอาหารทุกมื้อแล้วแปรงฟัน  ช่วยกำจัดแบคทีเรียและคราบหินปูนเกิดใหม่

                14.  ว่านหางจระเข้  วุ้นไม่มียาง  ล้างยางออกให้หมดเหน็บที่ซอกฟันหรือใช้ฟันขบไว้ตรงบริเวณที่ปวดหรือใช้สำลีชุบวุ้นไปป้าย

                15.  น้ำมันละหุง  ใช้น้ำมันละหุงบริเวณแก้มข้างที่ปวดฟันแล้วใช้พลาสเตอร์ยาปิดไว้  ใช้ผ้าอุ่นๆ  ประคบ

                16.  น้ำมันกระเทียม  ใช้สำลีชุบทาฟันที่ปวด

                17.  รากสดผักบุ้งนา  ตำ  คั้น  เอาน้ำผสมน้ำส้มสายชูอม  5  นาที  แล้วบ้วนออก

                18.  รากสดมะระตำพอแหลก  พอกฟันที่ปวด

                19.  เมล็ดกุยช่าย  คั่วจนเกรียมดำ  บดละเอียดละลายน้ำมันนาง  ชุบสำลีอุดฟันรูโพรงทิ้งไว้หนึ่งคืน

 

 

10.  สมุนไพรแก้ปวดคางทูม

                10.1  สาเหตุ

          โรคคางทูม  เกิดจากการติดเชื้อและอักเสบของต่อมน้ำลายที่อยู่บริเวณกกหู  ที่คางบวม  เกิดจากเชื้อไวรัส  ติดต่อทางการหายใจ  และสัมผัสน้ำลาย  มีอาการไข้ต่ำ  เบื่ออาหารปวดเมื่อยตามตัว  ปวดหู  เจ็บขากรรไกร  และคางทูม

                10.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดคางทูม

                1.  เสลดพังพอน  ใช้ใบเสลดพังพอนตัวเมียสดๆ  ตำกับเหล้า  ทาที่บวม

                2.  ทุเรียน  ใช้เปลือกทุเรียน  เผาคลุกกับน้ำมันมะพร้าวทาที่ปวด

                3.  ตะลิปลิง  ใช้ใบตำพอกที่ปวด

                4.  ชะบา  ใช้ใบชะบากับใบพุตตาน  ตำพอกคางทูมหรือเดียวกับน้ำผึ้งเอามาทา

 

11.  สมุนไพรแก้ปวดคอ

                11.1  สาเหตุ

                ปวดคอมักเกิดจาก

                -  เนื้อเยื่ออ่อนพวกเอ็น  กล้ามเนื้อ  ประสาท  อักเสบจากการบาดเจ็บที่ไม่รุนแรงจากการนอนตกหมอน  คอเคล็ดการใช้งานมาก

                -  กระดูกคอและข้อต่อ  จากกระดูกคอเคลื่อน  เสื่อมติดเชื้อที่กระดูก  มะเร็งกระดูก   ถูกกดทับไขสันหลัง

                11.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดคอ

                1.  หอมหัวใหญ่  ตำกับน้ำพอทา

                2.  พลับพลึง  ใช้ใบลนไฟจนร้อนใบนิ่มมาพันรอบคอที่ปวดเมื่อยเคล็ดขัดยอก

                3.  น้ำมันมะกอก  หรือน้ำมันงาทานวดเบาๆ 

 

12.  สมุนไพรแก้ปวดผิวหนัง

                12.1  สาเหตุ

                เกิดจากการเกิดอุบัติเหตุ  ไฟไหม้  น้ำร้อนลวก  ถูกกระแทกจากฟกช้ำ  ดำเขียว  จากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

                -  จากผิวหนังถูกความร้อน  เปลวไฟ   เคมี  ไฟฟ้า

                ระดับ  1  แบบ  เบาแด่ผิวหนังแดงมีตุ่มพองใส  แผลเล็ก  จากโคน  แดดเผา  น้ำร้อน  ไอเดือด

                ระดับ  2  แบบรุนแรงปานกลาง  ทำลายหนังกำพร้า  หนังแท้ตื้น

                ระดับ  3  แบบรุนแรงมาก  ทำลายหนังกำพร้า  หนังแท้ทั้งหมดผิวเกรียมดำ  ไม่มีแผลพอง  แต่บวมรุนแรง

                สมุนไพรใช้ได้เฉพาะแบบเบา

                -  สิว

                -  ผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรีย  ระวังเชื้อเข้ากระแสเลือด  อาจตายได้

                -  ผิวหนังติดเชื้อรา  ตามที่อับชื้น  ซอกนิ้ว  รักแร้  ขาหนีบ  เช่นพวกกลากเกลื้อน

                -  ผิวหนังติดเชื้อไว้รัส  มักหายเอง  หากไม่แข็งแรงอาจลุกลามถึงชีวิต  เช่น  เริม  งูสวัส  หงอนไก่

                -  ผิวหนังคนที่เป็นภูมิแพ้  พวก  SLE  โรคหนังแข็ง

                -  ผิวหนังติดเชื้อปรสิต  พวกหิด  โลน

                  12.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดผิวหนัง

                1.  ว่านหางจระเข้  ปวดแสบร้อนจากไฟไหม้  น้ำร้อนลวก  ฝานเจลไม่เอายางเหลืองแผ่นบางๆ  ปิดแผลและใช้ผ้าพันแผล  ใช้ทาแก้ปวดสิวได้

                2.  บัวบก  ปวดแสบจากไฟไหม้น้ำร้อนลวก  ตำคั้นเอาน้ำทาแผล  เอากากพอกด้วย  แผลสนิท  แผลนูนน้อยลง  หรือโขลกตำพอแผลสด ห้ามเลือดทำให้แผลหายเร็ว  ปั่นเป็นน้ำข้น  ใช้น้ำทาแก้สิว

                3.  สาบเสือ  ใบสดตำละเอียดพอกบาดแผล  ขยี้ปิดปากแผลมือกด  ใช้ผ้าพัน  ห้ามเลือด  แก้ปวดแสบร้อนจากแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

                4.  ผักบุ้งไทย  ต้นใบสับละเอียดกับน้ำตาลโตนดพอกแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก  ดอกผักบุ้งตูม โขลกละเอียดทาปวดแสบจากกลากเกลื้อน

                5.  ฟักทอง  เนื้อฟักทองดิบตำละเอียด  พอกแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกลดอาการอักเสบ

                6.  มะพร้าว  น้ำมันมะพร้าว  น้ำปูนใสคนจนเป็นน้ำมันข้นทาแผลน้ำร้อนลวกไฟไหม้  ลดปวดแสบ  และแผลแห้งสนิทเร็ว

                7.  ใบชา  กากใบชาพอกแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก  แก้ปวดแสบ  แผลหายเร็ว

                8.  ยาเส้นคลุกน้ำมันมะพร้าว  ปิดแผลไฟไหม้  น้ำร้อนลวก  แก้ปวดแสบลดอักเสบ

                9.  ชุบเห็ดเทศ  ใบสดโขลกละเอียดผสมสุรา  ทากลากเกลื้อน  ลวดปวดแสบ  พอแผลเริ่มหายเอาเส้นดอกลวกน้ำร้อนครูดให้ผิวหนังคลอกแล้วก็เอาใบสดโขลกกับเกลือ  ทาให้ทั่วไม่กี่วันก็หาย

                10.  กะเพรา  ใบโขลกแหลกทากลากเกลื้อน

                11.  กระเทียม  กลีบหัวกินทุกวัน  แล้วผ่าครึ่งทาถูกกลากเกลื้อน

                12.  ข่า  เหง้าแก่โขลกผสมสุรา  ทาปวดแสบจากกลากเกลื้อน

                13.  ทองพันชั่งใบโขลกผสมสุรา  ทาปวดแสบกลากเกลื้อน

                14.  เสือหมอบ  ใบสดโขลกละเอียดพวกแผลสด  แก้ปวดแผล  ห้ามเลือด

                15.  ฝรั่ง  ใบสดหรือเปลือกสด  โขลกละเอียดเอาน้ำปูนใสผสมลงไป  พอกแผลสดกดไว้ห้ามเลือด  ลดปวด

                16.  หนุมานนั่งแท่น  น้ำยางก้านใบหยดลงแผลสดห้ามเลือดแผลสด  ลดปวด

                17.  หญ้าแห้วหมู  ต้นใบโขลกละเอียด ผสมน้ำปูนพอแผลสดห้ามเลือด  ประสานแผล  ลดปวดแผล

                18.  มะนาว  น้ำมะนาวบีบใส่บาดแผล  ห้ามเลือด  รักษาแผล  ลดปวด

                19.  ต้นสารพัดพิษ  ใช้รากโขลกละเอียด  พอกบาดแผล  พิษแมลงกัดต่อยอักเสบผิวหนัง  ช้ำบวม

                20.  ตำลึง  ยอดอ่อนโขลกละเอียดผสมน้ำซาวข้าวพิมเสน  พอกที่แผลแก้ปวดอักเสบผิวหนัง  ช้ำบวมแมลงสัตว์กัดต่อย

                21.  เสลดพังพอน  ใบสดโขลกละเอียดพอกแผลอักเสบผิวหนังช้ำบวม  แมลงสัตว์กัดต่อย

                22.  ฟ้าทะลายโจรใช้ใบกินและทาอาการปวดผิวจากงูสวัสดิ์  (เชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง)  นาน  3  สัปดาห์

                23.  พญาปล้องทอง  ใบสดตำขยี้ทาลดอักเสบจากไฟไหม้น้ำร้อนลวก  แมลงกัดต่อย  ผื่นคันหรือใช้วิธีปั่นละเอียด  เติมสุรา  หมัก  7  วัน  กรองระเหยเครื่องอังไอน้ำ  เติมกลีเซอรีน

                24.  ทุเรียน  ใช้เนื้อสุกห่ามหรือดิบปั่นรวมกับดินสอพอง  ทาผิวหน้าแก้สิวทิ้งไว้  10-15  นาที  แล้วล้างออก  ทำให้สิวแห้งเร็ว

                25.  ขมิ้น  ใช้หัวปั่นกับดินสอพองและมะนาวใช้ครีมพอกหน้า 15-20  นาที  แล้วล้างออกแก้สิวทำให้หน้าสดเต่งตึง

                26.  มะม่วง  เนื้อมะม่วงสุก  น้ำมะนาว  ดินสอพองปั่น  ทาทั่วหน้า  ทิ้งไว้  15  นาที  ล้างออก  แก้สิว  ผ้า  ทำให้หน้าขาวเนียน

                27.  หอมแดง  ฝานเป็นแว่นบางๆ  ทาสิวทิ้งไว้  10  นาที  แล้วล้างออก

                28.  กล้วยหอม  ผลสุกปั่นกับน้ำผึ้ง  พอกหนา  15-20  นาที  แล้วล้างออก  แก้สิว  หน้าสดใส

                29.  มะนาว  ใช้น้ำมะนาวล้างหน้าแทนสบู่  แก้สิว  หรือ  ใช้น้ำมะนาว  ดินสอพอง  น้ำผึ้ง  น้ำมันมะกอก  ทาพอกหน้า  20-30  นาที  แล้วล้างออก  แก้สิวอักเสบ  หน้าผิวใสเนียน

 

13.  สมุนไพรแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ  (เอว/แขน/ขา)

                13.1  สาเหตุ

                อาการเมื่อยกล้ามเนื้อจากการคั่งของกรดแลกติก  เนื่องจากสมองสั่งเส้นประสาทให้หลั่งสารไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดหรือคลายตัวบรรเทาโดยการนวดผ่อนคลาย  หากเป็นต่อเนื่องจะเกิดอาการอักเสบ

                สาเหตุจากออกกำลังหักโหม  อยู่ในท่าเสียสมดุล  กล้ามเนื้อ  ออกแรงด้วยท่าทางที่ผิด  ทำงานเครียดไป

13.2  การใช้สมุนไพรบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

          1.  พลับพลึง  ใช้ใบพลับพลึง  เตยหอม  เพชรสังฆาตตำรวมกันไปพอก

                2.  ขิง  ใช้ขิงแห้ง  มะตูมอ่อนตำกับบอระเพ็ดเล็กน้อยเอามากิน

                3.  ดีปลี  ใช้ดอกดีปลี  ขิงแห้ง  การบูร  ดอกกานพลู  ต้มรับประทานก่อนอาหารเช้าเย็น

                4.  เถาเอ็นอ่อน  ใช้เถาต้มกิน  หรือใช้ใบตำห่อผ้าประคบ

                5.  พริก  ใช้พริกป่นใส่ในอาหาร  (มีสารแคปไซซิน)  หรือทำเป็นยาทา

                6.  ใช้ไพล  ทำลูกประคบ

 

14.  สมุนไพรแก้ปวดหลัง

                14.1  สาเหตุ

                เกิดจากความผิวปกติกระดูกสันหลังโดยกำเนิด  จากเนื้องอก  การบาดเจ็บกระดูกสันหลัง  เกิดภาวะกระดูกพรุน  การอักเสบของกระดูกสันหลังเป็นโรค  กระดูกเสื่อม  การติดเชื้อของกระดูกสันหลัง  เส้นเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง  เป็นโรคในช่องท้อง  โรคของระบบทางเดินปัสสาวะ  โรคอวัยวะสืบพันธุ์สตรี

                14.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดหลัง

                1.  ลูกใต้ใบทั้งห้าหั่นต้มกิน

                2.  ตะไคร้  หั่นตากแดดแห้ง  คั่วไฟให้กลิ่นหอมมาชงเป็นชา

                3.  เถาวัลย์เปรียง  หั่นตากแดด  คั่ว  ชงเป็นชาดื่ม

15.  สมุนไพรแก้ปวดอก

                15.1  สาเหตุ

                มักเกิดกับสตรี  ปวดบริเวณเต้านม  เกิดจากภาวะสัมพันธ์กับรอบเดือน  และที่ไม่สัมพันธ์กับรอบเดือนอาการที่พบ  มีพบก้อนไตแข็ง  บวมแดง  ขนาดรูปร่างเปลี่ยนไป  เกิดรอบบุ๋ม  เกิดแผล  ผื่นคัน  มีน้ำหรือเลือดไหลออกจากหัวนม

                15.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดอก

                1.  พลู  ใช้ใบอังไฟวางนาบ

                2.  ลูกใต้ใบ  ต้นและรากตำกับเหล้าขาว  คั่นน้ำดื่มส่วนกากเอาไปพอก

                3.  น้ำมันมะพร้าว  นำไปทาใบละหุ่ง  อังไฟ  ปิดบริเวณปวดอักเสบ

                4.  หญ้าดอกขาว  ใช้ดอกตำผสมเหล้าพอกที่เต้านม

                5.  กะหล่ำปลี  ตัดขั้วออกประคบบริเวณปวด

                6.  หัวไซเท้า  คั้นเอาน้ำผสมน้ำผึ้ง  ดื่มเช้าเย็น

 

16.  สมุนไพรแก้ปวดท้อง

                16.1  สาเหตุ

                จากการอักเสบของอวัยวะภาพใน  ที่ตับชายโครงขาวม้ามที่ชายโครงซ้าย  กระเพาะอาหาร  หลอดอาหาร  กลางตับอ่อน  ลำไส้เล็ก  ลำไสใหญ่ที่ช่องท้อง  ที่อุ้งเชิงกรานที่มดลูก  ปีกมดลูก  รังไข่  กระเพาะปัสสาวะ

                สมุนไพรมักใช้กับโรคปวดท้องจากโรคง่ายๆ  เช่นอาหารไม่ย่อย  ท้องอืดท้องเฟ้อ  โรคกระเพาะอาหาร  ลำไส้อักเสบ  หากเป็นรุนแรงควรรีบไปหาแพทธ์ทันที

                16.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดท้องที่ไม่รุนแรง

                1.  กระชาย  แก้ท้องอืด  ท้องเฟ้อ  จุกเสียด  แน่นท้อง

                2.  กระเทียม  แก้ท้องอืด  ท้อเฟ้อ  กินกลับหลังอาหาร

                3.  กะเพรา  แก้ท้องอืดท้องเฟ้อในเด็กใช้ใบผสมเกลือ  น้ำผึ้งบดละเอียดหยอดปาก  สำหรับผู้ใหญ่ให้ใช้กระเพราแห้ง  ทำเป็นชาชง  หรือทำแกงเลียงให้สตรีหลังคลอด

                4.  กระวานไทย  แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ  ใช้ผลแก่ชงเป็นน้ำดื่ม

                5.  กานพลู  แก้ท้องอืด  ท้องเฟ้อ  จุกเสียด  แน่นท้อง  โดยใช้ดอกตูมแห้งบดเป็นผงชาน้ำดื่ม  หรือผสมนมสำหรับเด็ก

                6.  ข่า  แก้จุกเสียด  แน่นท้อง  ต้มน้ำดื่ม  หรือตำกับน้ำหรือน้ำปูนใสดื่ม

                7.  ขิง  แก้จุกเสียดแน่นท้องต้มกับน้ำหรือใช้ผงขิงแห้งชงเป็นชาดื่ม

                8.  ขมิ้นชัน  แก้ท้องอืด  ท้องเฟ้อ  จุกเสียดแน่นท้องจากโรคกระเพาะ  หั่นบางๆ  ตากแดด  บดละเอียดผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นเม็ดปลายนิ้วก้อย  กินหลังอาหารและก่อนนอน

                9.  ดีปลี  ผลแห้งชงชาดื่ม  แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

                10.  ตะไคร้  แก้ท้องอืด  ท้องเฟ้อ  จุกเสียด  แน่นท้อง  ใช้ลำต้น  โคนใบแก่สด  ทุบพอแหลก  ชงแห้งทำชาดื่ม  หรือประกอบอาหารกิน

                11.  มะละกอ  แก้จุกเสียดแน่นท้อง  จากอาหารไม่ย่อยกินเป็นผลไม้

                12.  สับปะรด  แก้จุกเสียดแน่นท้องจากอาหารไม่ย่อยกินเป็นผลไม้

                13.  กล้วยน้ำว้า  ผลดิบหั่นเป็นแว่น  ตากแห้ง  หรืออบไม่เกิน  50    บดเป็นผง  ชงน้ำดื่ม  หรือมาปั้นลูกกลอนกิน

                14.  ไพล  หัวตำละเอียด  บีบมาะนาวใส่แล้วกินแก้จุกเสียด

                15.  มะตูม  แก้ลมเสียดแทงในท้อง  นำผลมาตากแห้งชงดื่ม

                16.  ชะพลู  แก้ไข้เหนือ  ปวดท้อง  ท้องเสียด  ใช้ใบมาต้มแล้วดื่ม

                17.  ตำลึง  แก้ท้องอืดเฟ้อจุกเสียด  ใช้ใบยอดอ่อนปรุงอาหารกิน

                18.  มะเฟือง  แก้ไขเหนือ  ปวดท้อง  ท้องเสียด  ใช้ใบมาต้มแล้วดื่ม

                19.  ทับทิม  แก้ท้องเสีย  ใช้เปลือกผลแห้งต้มกับน้ำปูนใสครึ่ง

                20.  ฝรั่งแก้ท้องเสียใช้ใบแก่ย่างไฟให้กรอบ  “ต้มน้ำดื่ม”  หรือใช้ผลดิบฝนกับน้ำปูนใสดื่ม

                21.  ฟ้าทะลายโจร  แก้ท้องเสียใช้ใบสดต้มน้ำดื่มหรือนำมาปั้นลูกกลอนกิน

                22.  ส้มป่อย  ช่วยระบายท้อง  ใช้รากต้มดื่ม

                23.  สมอพิเภก  ขับลม  แก้ปวดท้อง  ท้องเสีย  คลื่นไส้  อาเจียน  ใช้ผลแก่มากิน

                24.  สะระแหน่  แก้ปวดท้องอืดเฟ้อ  ใช้ใบตำกับเหล้าดื่ม

                25.  มังคุด  แก้ปวดท้องจากโรคกระเพาะ  ใช้เปลือกฝนกับน้ำแก้ท้องเสีย  โดยใช้เปลือกผลแห้งย่างไฟเกรียม  บดเป็นผงละลายน้ำหรือน้ำปูนใส

                26.  ขี้เหล็ก  แก้ท้องผูก  ใช้ใบอ่อนหรือแก่นต้มกับน้ำดื่ม

                27.  คูน  แก้ท้องผูก  ใช้เนื้อในผักต้มกับน้ำดื่ม

                28.  ชุมเห็ดเทศ  แก้ท้องผูก  ใช้ช่อดอก  ต้มจิ้มน้ำพริกกินหรือใช้ใบปิ้งไฟให้เหลือง  หั่นต้มน้ำ  หรือใช้ใบแห้งต้มน้ำดื่ม  หรือบดเป็นผงปั้นลูกกลอน  กินก่อนนอน  แก้ท้องผูก

                29.  มะขาม  แก้ท้องผูก จิ้มเกลือกิน  หรือทำเป็นน้ำมะขามกันอย่ากินมากจะทำให้ท้องเสียได้

                30.  มะขามแขก  แก้ท้องผูก  ใช้ใบหรือผัก  ขิง  กานพลู  ต้มกับน้ำดื่ม

                31.  แมงลัก  แก้ท้องผูก  ใช้เมล็ด  แช่น้ำพองกิน

                32.  มะนาม  แก้ท้องอืด  ใช้เปลือกผลสดทุบเล็กน้อยชงน้ำร้อนดื่ม  หรือต้มน้ำดื่ม

                33.  ลูกเดือย  ใช้ลูกเดือยบดผสมข้าวต้มกินทุกวันบำรุงกำลัง  ช่วยหล่อลื่นกระเพาะอาหารลำไส้  แก้ท้องผูก  เคลือบกระเพาะ  ป้องกันมะเร็งลำไส้

 

17.  สมุนไพรแก้ปวดประจำเดือน

                17.1  สาเหตุ

                อาการปวดเกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนประจำเดือนและมีการหลั่งสารโพรสตาแกลนดินออกมามากผิดปกติซึ่งทำหน้าที่ช่วยปิดรูหลอดเลือดที่รั่ว  ทำให้มดลูกบีบเกร็งตัวมีอาการปวดศีรษะ  คลื่นไส้  ท้องเดิน  เหงือกออก  มือเท้าเย็นอาการนี้จะหายไปภายใน  1-2  วัน

                อาการปวดรุนแรงอาจเกิดจากโรคเยื่อบุมดลูกเกิดต่างที่เป็นถุงน้ำที่รังไข่  การอักเสบในอุ้งเชิงกราน  เนื้องอกไฟบรอยด์  การใส่ห่วงถุงคุมกำเนิน  ปากมดลูกหลวม  ที่เคยผ่านการคลอดลูกมาแล้ว

                17.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดประจำเดือน

          1.  ตะไคร้  ใช้ต้นทุบต้มน้ำเกลือดื่ม

                2.  ขิง ใช้ขิงแห้ง  พริกไทย  ดอกดีปลี  รากเจตพังดี่  ลูกประดำดีควาย  บดเป็นผงชงดื่มหรือปั้นเป็นลูกกลอน

                3.  ข่อย  ใช้ใบ  และข้าวเปลือก  ต้มกับน้ำดื่มหรือใช้ใบข่อยตากแห้ง  ถั่วให้หอม  ชงต่างชา

                4.  เถาคันแดง  ต้มดื่ม

                5.  ว่านชักมดลูก  ใช้หัวหั่นเป็นแว่นบางๆ  ต้มดื่ม

                6.  ขี้เหล็ก  ใช้แก่นขี้เหล็กและแก่นฝาง  ต้มน้ำดื่ม

                7.  ลูกยอ  ใช้ผลไม่แก่ไม่อ่อน  ตำกิน

                8.  หอมแดง  ใช้หัวต้มน้ำดื่ม

                9.  ดีปลี  ใช้ผล  ร่วมกับพริกไทยอ่อน  กระเทียม  ขิงสด ไพลสด  ว่านชักมดลูก ตำคั้นเอาน้ำดื่ม

                10.  ลูกใต้ใบ  ใช้ขับประจำเดือน  ใช้ทั้งห้ามาต้มกิน

 

18.  สมุนไพรแก้ปวดก้น

                18.1  สาเหตุ

                อาการเจ็บจากโรคริดสีดวงทวาร  จากเส้นเลือดดำตรงปากทวารหนักเป็นริดสีดวงภายนอก  หากอยู่ลึกลงไปเรียดว่า  ริดสีดวงภายใน

                เริ่มจากอาการปวดเบ่ง  เจ็บเล็กน้อย  มีอาการเลือดออก  ขณะถ่ายอุจจาระ  มีอาการคัน  ปวดแสบร้อน

                18.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดก้น

                1.  มะขาม  ใช้มะขามเปียก  กระชาย  เกลือ  ต้มกินก่อนนอน

                2.  ไพล  ใช้ไพลสด  เกลือ  ยาดำ มะขามเปียกปั้นเป็นลูกกลอน

                3.  ผักบุ้ง  ใช้ต้นต้มกับน้ำ  เติมน้ำตาลเดียวเป็นน้ำเชื่อมกัน

                4.  ฟ้าทะลายโจรกิน

                5.  เพชรสังฆาต  ใช้ลำต้นสดหรือแห้ง  หั่นบางๆ หุ้มด้วยมะขามเปียกหรือเนื้อกล้วยสุกแล้วกลืน  เถาสดอาจทำให้คันคอหรือใช้ดองเหล้ากิน

 

19.  สมุนไพรแก้ปวดข้อเข่า

                19.1  สาเหตุ

                ข้อเข่าเสื่อมในคนสูงอายุ  มีอาการปวดเข่า  เมื่อยตึงด้านหน้าด้านหลังเข่า  ปวดเมื่อยเข่าเคลื่อนไหว  ลูกนั่งเดินมีเสียงในข้อ  บวม  ข้อเข่าโก่งงอ  ข้อเข่ายึดติด

                มักเป็นกับคนอายุมาก  เพศหญิง  น้ำหนักตัวมากชอบนั่งยองๆ  ขัดสมาธิ  พับเพียบนานๆ  จากเคยประสบอุบัติเหตุ

                19.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดข้อเข่า

                ใช้เถาวัลย์เปรียง  แก้กระษัยเส้น  ปวดเมื่อย  แก้เส้นเอ็นตึง  แก้เอ็นกระดูก  ท้องผูก  ลดอักเสบ  เพิ่มภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง  ต้านแบคทีเรีย  ลดการบีบตัวลำไส้  ลดความดันโลหิต  คลายกล้ามเนื้อ  แก้กระษัยเหน็บชา  แก้โรคหวัด  ขับเสมหะ  ขับระดู  บีบมดลูก

 

20.  สมุนไพรแก้ปวดเท้า

                20.1  สาเหตุ

                มักเกิดจากอุบัติเหตุจากการเล่นและใช้งานการใส่รองเท้าผิดประเภทกีฬา  โรคเกี่ยวกับเท้า  เช่น  ตาปลา  หูดที่ฝ่าเท้า  โรคน้ำกัดเท้า  เอ็นร้อยหวาย  อักเสบ  ข้อเท้าแพลง  จากเหตุอื่นได้แก่  เส้นประสาท  ถูกกดทับ  เส้นเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ  กระดูกงอกที่ฝ่าเท้าหรือที่เส้นเอ็นร้อยหวาย  กระดูเท้าบิดผิดรูป  โรครูมาตอยด์  โรคเกาต์  หรือกระดูกหัก  เส้นเอ็นหรือกระดูกบริเวณส้นเท้ารับแรงมากเกินไป  จากการยืนนาน  เดินนาน  น้ำหนักตัวมาก  อุบัติเหตุ

                20.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดเท้า

                1.  ตะไคร้  แก้วเท้าบวม  เอาต้นมาทุบต้มแล้วเอาเท้าแช่  30  นาที

                2.  เทียน  แก้เท้าบวม  ใช้ใบเทียนขยี้แล้วทา

                3.  ไพล  แก้เคล็ดขัดยอกฟกช้ำ  ใช้แหง้าตำแล้วดันเอาน้ำท  หรือตำละเอียดผสมเกลือห่อเป็นลูกประคบอังไอน้ำจนร้อนแล้วเอามาประคบ

                4.  หอมแดง  แก้เท้าบวม  เคล็ดขัดยอก  ข้อเท้าแพลง  เอาหอมแดงตำกับเกลือและพอก

                5.  หมาก  ใช้ผลหมากดิบ  เอาเนื้อปิงไฟวางบนแผลกัดเท้า  ทำซ้ำๆ 

                6.  สีเสียดลาว  แก้แผลน้ำกัดเท้า  เอายางจากแก่นต้นสีเสียด  ฝนกับน้ำปูนใสจนเหนียวข้นทาบ่อยๆ  จนกว่าจะหาย

                7.  มังคุด  แก้น้ำกัดเท้า  แผลผุพอง  แผลเน่าเปื่อย  ใช้เปลือกผลสดหรือแห้งฝนกับน้ำปูนใสให้ข้นๆ  แล้วทา

                8.  พลู  แก้แผลน้ำกัดเท้า  ใช้ใบสดตำแล้วทาหรือตำใบกับเหล้าแล้วทา

                9.  กระเทียมสด  แก้ปวดตาปลา ใช้กระเทียมมาผ่าแล้วถูที่ตาปลาและแปะพันผ้าไว้ทิ้งข้ามคืนอาจใช้มะนาว  หรือสับปะรอแทนก็ได้

                10.  น้ำมันสน  แก้ปวดตาปลาใช้ผ้าชุบน้ำมันสนแล้วแปะไว้

                11.  น้ำมันมะพร้าว  แก้ตาปลา  มีน้ำมันมะพร้าว  การบูร  น้ำมันสน  ผสมแล้วเก็บไว้ทาวันละ  2  ครั้ง

                12.  บอน  แก้ปวดตาปลา  ทำให้เนื้อแข็งนุ่มลงเอาใบมาอังไฟแล้วนำไปถู

                13.  พญาไร้ใบ  แก้ปวดตาปลา  ทำให้แข็งนุ่มลงใช้ยางมาหยดใส่ที่ตาปลาทุกวัน

                14.  ขิง  แก้ปวดข้อเท้าแพลง  ข้อพลิก  ใช้ขิง  ตะใคร้  กะเพราสด  ต้มกับน้ำ  เอาไว้แช่เท้าทำให้เลือดไหลเวียนดี

                15.  ข่า  แก้ปวดข้อเท้าแพลง  นิ้วเท้าซ้น  ใช้เหง้าสดตำพอก

                16.  ผักกาดน้ำ  (หญ้าเอ็นยึด)  แก้ข้อเท้าแพลงใช้ใบทุบให้น้ำออกแล้วพอก  ทำให้เอ็นคลายตัวบรรเทาปวด

                17.  เพกา  แก้ปวดเมื่อยเท้า  แก้คันเท้า  ทั้ง  5  มาต้ม  แล้วแช่เท้า

 

21.  สมุนไพรแก้ปวดเล็บ

                21.1  สาเหตุ

                เกิดจากอุบัติเหตุ  โรคเล็บเช่น  เล็บแตก  ขอบเล็บลอก  เล็บเปลี่ยนสี  เล็บขบ  ติดเชื้อเล็บ  เชื้อราที่เล็บ

                22.2  การใช้สมุนไพรแก้ปวดเล็บ

                1. มะกรูด  แก้ปวดเล็บจากเชื้อรา  โดยใช้น้ำมะกรูดทา

                2.  มะนาว  แก้ปวดเล็บขบ  เอามะนาวมาตัดหัวออกพอนิ้วสอดได้  เอามีคว้านไส้ออก  เอาปูนแดงทา  แล้วเอานิ้วสอดทิ้งไว้

                3.  ขมิ้น  แก้ปวดเล็บติดเชื้อรา  ใช้น้ำขมิ้นทาบ่อยๆ 

                4.  เทียนบ้าน  แก้ปวดเล็บติดเชื้อรา  เล็บขบ  เล็บถอด  เล็บช้ำ  ใช้ใบเทียนดอก  มาขยี้ทา

                5.  พลู  รักษาเล็บถอด  ใช้ใบพลู  เกลือ  ตำ  แล้วพอก

                6.  ไพล  แก้ปวดเล็บขบ  ใช้หัวไพล  เกลือ  ข้าวสุก  โขลกรวมกันพอเหนียวพอกที่เล็บแล้วเอาผ้าพันไว้

          7.  น้ำมันมะพร้าว  แก้ปวดเล็บขบ  ใช้ทา

                8.  ฝรั่ง  แก้ปวดเล็บขบ  ใช้ใบสด  เกลือ  ข้าวสุก  โขลกแล้วพอก

 

22.  บทส่งท้าย

                บทสรุปนี้ย่อมาจากหนังสือสมุนไพรแก้ปวด  โดยแพทย์หญิงอารีย์  โอบอ้อมรัก  ต้องการรายละเอียดให้อ่านจากหนังสือเล่มนี้

                การเลือกชนิดสมุนไพร  ให้พิจารณาจากของใกล้ตัวแล้วทดลองว่าถูกโฉลกกับผู้ป่วยหรือเปล่า  ถ้าอาการไม่ทุเลาก็ลองเปลี่ยนเป็นสมุนไพรตัวอื่นให้สังเกตด้วยว่าใช้ส่วนไหน  สัดส่วนเท่าไร

 

 

 


ภูมิปัญญาอภิวัฒน์
Budding Wisdom

กลับขึ้นบน