แง่คิดสะกิจใจในการบริหารงานแบบทีพีเอ็ม

Some Topics From TPM

สมหวัง  วิทยาปัญญานนท์

26  มีนาคม  2549

Font : CordiaUPC

1. บทนำ

            จากการบริหารงานแบบทีพีเอ็ม ก็ต้องมีการประชุม ผลจากการประชุมก็ต้องมีความรู้ปนออกมาจากการติดตามความคืบหน้าของงาน เป็นสิ่งที่ควรรู้นอกเหนือจากตำราที่เขียนไว้

 2. หาการสูญเสียจากการซื้อเชื้อเพลิงแกลบ ( Loss Finding)

            หากจะถามว่าการซื้อแกลบมาเป็นเชื้อเพลิงนั้นมีการสูญเสียอะไรบ้าง นั้นเป็นสิ่งที่น่าคิด

            - ค่าขนส่ง อัตราส่วนการขนตรงต่อการขนไปพักกอง การกองเป็นการขนส่งหลายครั้งเป็นการสูญเสีย

            - ตันหายไป ซึ่งอาจเกิดจาการกอง แล้วหายไปกับการจมดิน

            - มีอัตราการขนส่ง 2 ขาต่อการขนส่งขาเดียว ต้องเพิ่มปริมาณการขนส่ง 2 ขา เพื่อความประหยัด

            - ดูรอบเวลาการขนส่ง หากใช้มากนั้นเกิดจากการเข้าคิวรอคอย หรือรถติดหล่ม

3. นิยามให้ดีมิเช่นนั้นสับสน ( Definition)

            งานปรับปรุงงานให้ดีขึ้นนั้น ต้องนิยามให้ชัดเจนมิเช่นนั้นจะสับสน เช่น

            ทีมโครงการ ( Project Team) มักเป็นโครงการยากๆ ใช้เทคนิคสูง คนที่ทำมักเป็นวิศวกร และผู้บริหารระดับสูง หรือผู้บริหารระดับกลาง

            ทีมแผนก ( Seetion Team ) มักเป็นงานปรับปรุงระดับแผนก มักเป็นการปรับปรุงงานประจำวันที่ผู้จัดการแผนก หรือผู้จัดการเซลล์ Cell เป็นคนทำ

            ทีมกลุ่มย่อย ( Small Group) มักเป็นระบบปรับปรุงระดับต่ำกว่าแผนก เป็นกลุ่มงานที่ผู้จัดการแผนกเป็นผู้มอบหมายให้ตามกลุ่ม เช่นมอบให้กลุ่มคุณภาพ

4. สิ่งที่ควรดูในงานบำรุงรักษาด้วยตนเอง ( AM)

            งานบำรุงรักษาด้วยตนเอง ( AM)  มีสิ่งที่ควรทำดังนี้

- แก้ปัญหาน้ำมันที่รั่วไหลให้หมดไป

- ทำสัญลักษณ์บอกตำแหน่งวาล์วปิดเปิด

- ทำเครื่องหมายเพื่อการควบคุมด้วยสายตา (Visual Control)

- ติดป้ายแจ้งสิ่งผิดปกติ ( Tag) น้อยไป

-เพิ่มทักษะการมองหาสิ่งผิดปกติที่ตัวเครื่องจักรให้มากๆ อย่างน้อย 30 จุด/คน/เดือน

- ไม่จำเป็นต้องเคลียร์ป้ายหมดทุกใบ อาจแบ่งป้ายออกเป็นประเภท ทำทันที เก็บไว้ทำหรือรักษาไว้ และไม่ต้องทำ (อาจส่งไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเก็บไว้ทบทวน)

- ทำอัตราส่วนป้ายขาวต่อป้ายแดงให้สูงขึ้นจนมีอัตราส่วน 7:1 เมื่อป้ายขาว ฝ่ายผลิตแก้ไขเองและป้ายแดง ให้หน่วยงานซ่อมทำ

-วัดความคืบหน้าของานมีจำนวนบทเรียน ( One Point Lesson) จำนวนงานที่ปรับปรุงได้ ( Improveement) จำนวนป้ายแจ้ง ( Tag) ที่พบจำนวนพื้นที่ที่กำจัดการรั่วไหล จำนวนพนักงานที่ผ่านระดับ 3 ( พื้นฐานทีพีเอ็ม)

 

5. บทเรียนรู้เฉพาะจุด ( One Point Lesson)

- รู้เอง เขียนบทเรียนขึ้นมาเอง

- เขียนสั้นๆ จุดเดียว เรื่องเดียว

-ถ่ายทอดได้ง่ายในกลุ่มงาน

- ทำให้เกิดการเรียนรู้ทีละน้อยๆ แต่บ่อยๆ จะจำได้ดี

- เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเรียนรู้ มีการโชว์และแลกเปลี่ยนความรู้

-ในสำนักงานก็มีความรู้ เช่น วิธีการหักใบมีดคัตเตอร์ในกล่องพิเศษเพื่อความปลอดภัย วิธีการสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้อง

 

6. เครื่องจักรต้นแบบนำร่อง (Model Machine)

            - การใช้ต้นแบบที่ยากเกินไปหรือเปล่า เช่น ดูแล้วไม่รู้เรื่อง อยู่ไกลจากทางผ่านไปมา (ไกลจากทางสื่อผ่าน) อยู่บนชั้นสูงกว่าจะไปถึง เหนื่อยแทบตาย

            - เป็นต้นแบบ เป็นครูเครื่องจักร เพื่อจะเรียกคนอื่นมาดูเป็นแบบอย่าง เวลาติดขัดอะไร

            - ไม่เล็กเกินไป จนดูง่าย หรือไม่มีอะไรจะแสดง

            - ไม่ซับซ้อนเกินไป จนดูไม่รู้เรื่อง

            - ซับซ้อนน้อยไป เช่นมีแต่แท้งค์กับวาล์ว เป็นตัวอย่างที่ดีไม่ได้

            - เทียบจากสภาพเดิม ดูเครื่องจักรดีขึ้นมากแล้ว แต่ที่ปรึกษาอาจไปเทียบกับเครื่องจักรใหม่ที่ควรจะถ่ายภาพอดีตอันโทรมทรุดมาเป็นตัวเปรียบเทียบด้วย จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง

            - ต้นแบบที่ง่ายมากไป คนตามทำเครื่องจักรยากเลยไม่อยากทำตาม

            - ไม่เสียเวลาไปดู

            - ควรที่จะประเมินดูว่า มีคนมาดูเครื่องจักรต้นแบบมากน้อยด้วย มิใช่มีแต่ชวนไปดูต่างโรงงานต่างบริษัทเป็นส่วนใหญ่

7. การกำจัดแหล่งรั่วไหลต้นกำเนิด ( SOC)

            ต้องรู้แหล่งกำเนิดฝุ่น แหล่งกำเนิดน้ำมันรั่วไหล แหล่งกำเนิดการหกล้ม แล้วเข้าไปแก้ที่สาเหตุ ไม่ใช่แก้ที่อาการหรือหลบเลี่ยงไป

8. สลักเกลียว และแป้นเกลียว ( Bolts and Nut)

            - พูดกันมากๆ บ่อยๆ ก็จะกระตุ้นให้เกิดความอยากเรียนรู้

            - หากส่งคนเก่งมาลุยเรื่องสลักเกลียวและแป้นเกลียวทั้งโรงงานเลย ก็ไม่ได้ผล เพราะไม่ยั่งยืน คนดูแลไม่ได้ทำเอง แต่อาจทำเครื่องจักรต้นแบบเพื่อเป็นตัวอย่างก็ได้

            - โปรดสังเกตุหน้าแปลนเดียวกัน ใช้สลักเกลียวต่างกัน สั้นยาว หงายหรือคว่ำสลัก รูเว้นรู หรือใส่ไม่ครบทุกรู ใช้แหวนรองต่างกัน

            - ทำไมไม่มีป้ายแจ้ง ที่สลักเกลียวที่ผิดปกติต้องเน้นที่ว่า อะไรคือถูก อะไรคือผิดของสลักเกลียว

9.  บำรุงรักษาตามแผน ( PM)

            - ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญของเครื่องจักรที่จะดูแลซ่อมบำรุง เป็น A B C เมื่อ A สำคัญมาก

            - ใช้หลักเกณฑ์ในการจัดลำดับความสำคัญหากผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงกับใจ ย่อมรับได้หรือเปล่า ให้ทบทวน

            - ลำดับ A ควรมีผลกระทบต่อธุรกิจมาก

            ยกตัวอย่าง

                        เครื่องจักรหลักในโรงงานที่หยุดไม่ได้เพราะจะทำให้ยอดขายตก หรือเครื่องจักรอะไรที่เป็นเหตุทำให้เครื่องจักรหลักหยุด ก็น่าจะเป็นลำดับ A  

            - ลำดับ C ไม่มีโอกาสกระทบต่อธุรกิจมาก เพราะมีสต็อกสำรองมากใช้ได้หลายวัน หรือเป็นเครื่องจักรที่ออกแบบเป็น 2 กะ/ วัน ก็สามารถเร่งสต็อกได้ในกะที่เหลือ คือ กะ 3

            - สิ่งที่กระทบต่อธุรกิจ ที่ซับซ้อนขึ้นก็คือ หากผิดพลาดขึ้นมาทางด้านสิ่งแวดล้อมทางราชการและสังคม อาจมีปิดโรงงานได้ เครื่องจักรนั้นๆ ก็อาจะเป็นเครื่องจักร  A ได้

            - หากต้องการถามผู้ที่ผ่านรางวัลทีพีเอ็ม มาแล้ว ก็ให้เตรียมคำถาม ส่งไปให้เขาเตรียมคำตอบ ก่อนที่เขาจะมาที่โรงงาน

            - จุดวัดต่างๆ มี  MTTR

            - สิ่งที่ควรทำมี  การวิเคราะห์ การชำรุด ( Breakdown Analysis ) การวิเคราะห์ ทำไม ทำไม (Why-Why Analysis) กับ การชำรุด

            - ไม่จำเป็นต้องทำป้ายแจ้งซ่อมสีแดงทั้งหมด หากเห็นว่าทางฝ่ายผลิตทำได้เอง ก็ให้คืนไปที่ซ่อมบำรุงด้วยตนเอง ( AM) ป้ายแดงก็จะกลายเป็นป้ายขาว

            - ประวัติเครื่องจักร ควรมี เพื่อเป็นข้อมูลวิเคราะห์ในภายหลัง

            -การแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มเครื่องจักรนั้นเพื่อดูภาพรวม แต่ควรเจาะลึกเป็นส่วนๆได้เพื่อให้รู้สถานที่เกิดเหตุ "รู้ถึงหนอง เพราะจะได้บ่งหนามได้ถูก"

            - การบันทึกข้อมูล ด้วยคอมพิวเตอร์ ควรแยกเป็นเครื่องจักร และระบุจุดชำรุดถึงชิ้นงานอะไหล่และสามารถให้คอมพิวเตอร์จัดกลุ่มหรือเรียงลำดับได้ ( Sorting) ตามวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์

            - อาจให้กลุ่มคิวซีช่วยวิเคราะห์การชำรุด

10.  การดูแลรักษาคุณภาพ ( Quality Maintenance)

            มี 7 ขั้นตอน ในการดูแลรักษาคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ ดังนี้

1) ยืนยันสถานะคุณภาพในปัจจุบัน ( Confirmation of Current Quality Status)

2)  เรียกข้อมูลมาดู (Restoration)

3) วิเคราะห์แฟกเตอร์  (Analyse Factors)

4) ดับสาเหตุ ( Stamp Out Canses)

5) ปรับตั้งเงื่อนไขให้มีคุณภาพดี ( Selling Of Conditions for Good Quality)

6) ปรับปรุงเงื่อนไข ( Improve Conditions)

7) ควบคุมเงื่อนไข ( Control Conditions)

            การดูแลรักษาสุขภาพ ( QM)  ไม่ต้องรอผลการรวบรวมการสูญเสีย ให้ทำได้เลย การเอางานลงไปที่ผู้จัดการเซลล์ (Cell) จะลงไปชนกับเสาหลักอื่นๆ ที่กระจายลงไปที่เซลล์ เขาจะงานหนัก ทำไม่ทัน

11. ทำให้ถูกตั้งแต่เริ่มต้นในงานโครงการ ( IM)

            - มาเน้นที่การทบทวนการออกแบบ ( Design Review)

            - ในโครงการหนึ่งๆ จะทบทวนกี่ครั้ง ตามลักษณะของโครงการ ตัวอย่างมี 5 ครั้ง

            ครั้งที่ 1            ออกแบบพื้นบ้าน ( Basic Design) เพื่อของบประมาณ

            ครั้งที่ 2            ออกแบบใหม่เพื่อการอนุมัติ

            ครั้งที่ 3            ออกแบบเพื่อการจัดซื้อเครื่องจักรและการประมูลงาน

            ครั้งที่ 4            ออกแบบก่อนและหลังทดสอบการเดินเครื่อง ( Test Run)

            ครั้งที่ 5            ออกแบบขณะและหลังการทดสอบการันตี ( Garantee Test)

- ให้ทดลองเอาแผนภูมิงานโครงการและลองเอาโครงการขนาดกลางใส่ลงไปในแผนภูมิ หากไม่สอดคล้องก็ให้ปรับแผนภูมิใหม่

- การออกแบบครั้งแรกก็เพื่อเอามาตีราคา เอามานำเสนอเพื่ออนุมัติ มีการซักถามบ้างเพื่อผู้อนุมัติขั้นตอนจะนำไปเสนอต่อ จะได้อธิบายได้ คำถามที่ควรหาคำตอบล่วงหน้ามี ถูก/แพง รูปแบบใช้งาน / วิธีการ อ้างอิงใครได้บ้าง มีผลตอบแทนการลงทุนอย่างไร หลังจากนั้นก็ให้งบประมาณมาทำ จากนั้นก็เป็นการทวงถามติดตามว่าเมื่อไรจะเสร็จ

- มุมมองการออกแบบ มีดังนี้

            1) งบประมาณ ใช้เงินเกินหรือเปล่า

            2) มีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ขออนุมัติจนใช้เงินเกินหรือเปล่า

            3) เวลา ปัญหาก็คือเสร็จช้ามาก จึงมักมีคำถามว่า เมื่อไรจะเสร็จ

            4) ดูดี ดูทันสมัย ไม่กระจอก สอดคล้องกับสถานที่ว่ามีแขกมาเยือนหรือดูกันเอง

            5)  ต้องใช้เครื่องจักรเมืองจีนหรือเปล่า ต้องไปประสานงานกับหน่วยงานจัดซื้อด้วย

            6) ตรวจรับไม่เรียบร้อย ดูแล้วไม่เป็นเจ้าของที่แท้จริง ไม่ตรงสเป็ค มีตำหนิ ใช้งานไม่นานก็พังแล้ว

- IM ต้องทำให้ดีแต่หนแรก จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวภายหลัง

- Turn-key ตรวจรับโครงการก็ปิดกุญแจใช้ได้เลย เหมือนซื้อรถยนต์มาใช้งาน ไม่ต้องไปควบคุมการติดตั้งก่อนรับกุญแจ

- ปัญหา IM ดูเหมือนไม่มีระบบ คือ ในเรื่องการเพิ่มงาน และเพิ่มแบบโดยไม่มีการพิสูจน์ทางเทคนิคและการอนุมัติจากผู้มีอำนาจดำเนินการ หรือไปทำเสร็จแล้วก็เอามาเสนออนุมัติ เป็นการมัดมือชก

- การออกแบบกระบวนการการทาง IM อาจลอกมาจากตำรามาดัดแปลงให้เข้ากับของจริง ทำจริง ให้มากที่สุดก่อน จากนั้นลองทำตามขั้นตอนที่กำหนด แล้วค่อยๆปรับปรุง

- ปัญหาการออกแบบโดยไม่รู้พ้นที่จริง ทำให้ข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างแบบแปลนกับของจริง จะทำให้ข้อมูลวางเครื่องจักรจริงไม่ได้

- ให้ลองเอาโครงการเล็กๆมาเข้าระบบทั้งหมด

-ปัญหาต่างๆ ของ IM มีดังนี้

            1) การวางแผนต้องรอแบบ แบบแปลนมาไม่ครบ ทำงานโยธาต่อไม่ได้ และเครื่องจักรมีหลายยี่ห้อที่ยังไม่ได้เลือก

            2) ออกแบบหยาบๆไปก่อน เพื่อแข่งขันกับเวลา

            3) ปัญหาจากผู้ขายเครื่องจักร

            4) ปัญหาจากการเปลี่ยนใจ เอาเครื่องจักรใหม่ชนิกใหม่มาทดแทนที่เลือกไว้แล้ว

            5) ปัญหาจากการเจาะเจอโพรงถ้ำที่พื้นดินต้องขยับหนี ( Re-location)

            6) มีเจ้านายมาสั่งให้แก้กลางคัน

            7) ส่วนผลิต สิ่งให้แก้ในเรื่องการควบคุมกระบวนการผลิตเพราะคุยไม่จบตั้งแต่แรก

- หมดขั้นตอนแต่ละขั้น ก็น่าจะที่จะมาทบทวนอีกครั้ง

- แบบเปลนต้อง เข้าใจหมด โดยละเอียด ชัดเจน และตกลงกันแล้ว

- บางครั้งงานโยธาช้า อาจต้องเปลี่ยนแบบใหม่ให้เร็วขึ้น เช่น เปลี่ยนจากโครงสร้างคอนกรีตมาเป็นแบบโลหะแผ่นเนื่องจากไม่ยอมเลื่อนกำหนดแล้วเสร็จ

- ทบทวนทุกครั้ง ไม่จำเป้นต้องแก้ไข แต่อาจเป็นเพียงการยืนยันความถูกต้อง

- ต้องเอาข้อมูลจากการทำ มาทบทวน มาหาสาเหตุมาทำรายงานการปรับปรุงออกแบบ (MP Sheet)

- ต้องเผื่อแผนรับมือกับนายที่อาจมาสั่งเปลี่ยน

- ใช้ PERT/CPM มาช่วยก็จะดี

- ประสบการณ์กับผู้ขาย มีดังนี้ มีจำนวนน้อยรายเอกสารไม่ครบ ต้องไปคุยเลยก็ได้ ไปอธิบายเอง อาจต้องบินไปหาผู้ขายที่ต่างประเทศ ไปสอนเขาตอนหลัง ก็จะได้ไม่ผิดพลาด

- ทำเว็บไซด์ รายงานการปรับปรุงออกแบด้วยก็ดี ให้ทุกคนเข้าถึงได้ จะได้เป็นตัวอย่างและลดการผิดพลาดซ้ำ ตลอดจนผลักดันเข้าสู่ระบบการทำงานของเซลล์

12. เสริมสร้างความรู้ ( ET)

- ใช้หลักทักษะ ( Skill Base) มี 2 ด้านคือ  ความรู้ ( Knowledge) และทักษะ ( Skill)

- นิยามความรู้ความสามารถเป็นระดับ 4 ระดับ จากพอทำได้จนถึงเก่งเป็นครูได้

- ควรเชื่อมโยงสอดคล้องในเรื่องการเพิ่มศักยภาพพนักงาและคู่ธุรกิจ กับ การหาการสูญเสีย การปรับปรุงเฉพาะจุดโดยการหาความต้องการที่แท้จริงก่อน

- โชว์ภาพทักษะ ( Skill Profile)  ของแต่ละบุคคลที่หัวหน้างาน อาจะเป็นรูปแบบตาราง หรือ ผังเรคาร์ในแต่ละสาขาวิชาที่ต้องการ หรือ ตามเครื่องจักรที่ใช้

- การประเมินผลด้านการเงิน ลงทุนไปเท่าไหรในการอบรมเอาความรู้ไปลดการสูญเสียได้เท่าไร สอนตรงจุดที่ต้องการของงานหรือเปล่ามีโปรแกรมการสอนให้เขาหรือเปล่า สั่งให้เขาไปสอนเลย

- การสอน Why-Why Analysis และ TPM Office  หลังการสอนแล้ววิเคราะห์งานเป็นหรือเปล่า เอาความรู้ไปปรับปรุงงานและสำนักงานตัวเองหรือเปล่า

- ลองเปลี่ยนโฉม ลองทำดู ลดการสอนในชั้นเรียนมาเป็นสอนแบบในงาน ( OJT)

- การเรียน Why-Why Analysis เรียนปุ๊ปเก่งปั๊ป ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ต้องตามไปสอนในขั้นปฏิบัติ หรือมีโครงการให้เขาปฏิบัติดู จากนั้นค่อยติชม

- การสอนไม่อยากให้สอนแบบเด็กนักเรียน แต่อยากให้เป็นสอนไปทำไป ( Active Learning)

- บางครั้ง ต้องสอนกลุ่มน้อยๆ เช่น C-Cement  วิทยากร (Trainer)

- การสอนในชั้นเรียน (  Class room ) เหมาะสำหรับการวางปูพื้นฐาน การทำให้เห็นภาพรวมครั้งละมากๆ ( Mass Production)

- การสอนในงาน ( OJT) จะทำแต่น้อยๆ กลุ่มเล็กๆ เฉพาะงาน ลงลึกๆในรายละเอียด

-การระดมสมองกลุ่ม ( Workshop) อาจเป็นการซ้อมสมองจากกรณีศึกษา พอชำนาญก็เอางานจริงมาระดมสมองดู

- หลักการสอน สอนให้รู้ทฤษฎี และติดตามด้วยสอนให้รู้ปฏิบัติ

 

13. ปรับปรุงสำนักงาน ( Admin)

13.1 งาน AM in Admin

            - ติดป้ายปรับปรุงในสำนักงาน

            - การโชว์ขั้นตอนการปรับปรุงด้วยภาพแสดงการพัฒนาที่ดีขึ้น ( กรุณาถ่ายภาพมุมเดิมด้วย)

            - การทำ 5 ส และการทำมหกรรมความสะอาด ( Big Cleaning)

            - การเปิดตัว  Kick off

            - การจัดผังสำนักงานใหม่

13.2 งาน FI in Admin

            - การค้นหาการสูญเสีย จากการเดินทาง ดูจากการเดินทาง ดูจากการวิเคราะห์กระบวนการไหลของงาน การดูความสูญเสียจากไฟฟ้า การใช้น้ำประปา ค่าโทรศัพท์

            - การปรับปรุงพัสดุคงคลัง โดยเฉพาะไม่เคลื่อนไหว ( Non-move)

            - ลดการใช้กระดาษ และเพิ่มการใช้สื่ออื่นแทนที่ ค่าใช้จ่ายไม่เพิ่มขึ้นจากเดิม

            - การศึกษาเวลา ( Time Study ) เพื่อลดรอบเวลา ( Cycle Time) และลดเวลาหรือตัดเวลาที่ไม่จำเป็นออกไป

            - ให้ทำการเชื่อมโยงตารางการรับและการให้ ( Give and Get Matrix ) เราจะให้อะไรเสาอื่น และเราต้องการอะไรจากเสาอื่น

14.  สุขภาพอนามัยความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ( SHE)

            - การพูดสรุปความปลอดภัย ( Safety Brief )

            - การพูดสนทนาความปลอดภัย ( Safe Talk )

            - การรายงานอุบัติเหตุ เพื่อนการแจ้งข่าวภายใน 3 ชั่วโมง และ รายงานสาเหตุวิเคราะห์มาตรการแก้ไข ภายใน 24 ชั่วโมง

            - การทำรายงานเฉียด ( Near Miss)

            - การสร้างคำขวัญความปลอดภัย ( Safety Campaign)

            - โครงการปล่องปล่อยฝุ่นเป็นศูนย์  ( Zero EP Trip)

            - โครงการสุขภาพแก่พนักงานและครอบครัว ได้แก่ โยคะ วิ่ง ชีวิตมีคุณค่า ชวนกันมาออกกำลังกาย

            - โครงการโชว์และแบ่งปัน ( Show & Share)

            - การนิยามอุบัติเหตุ

                        ร้ายแรง ( Major) หยุดงานเกิน 3 วัน

                        เล็กน้อย ( Minor) หยุดงานไม่เกิน 3 วัน

15. บทส่งท้าย

            จากการประชุมทีพีเอ็มก็จะมีการนำเสนอความคืบหน้าของแต่ละเสาหลักของทีพีเอ็ม ซึ่งแต่ละครั้งก็ได้ความรู้มารวบรวมเขียนเอาไว้ เผื่อคนรุ่นต่อๆมาจะได้ต่อยอดได้

พุทธวิธีบริหาร
Buddhist Style in Management

กลับขึ้นบน